แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ ให้อธิบดีเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการสั่งจ่ายเงินทดรองจ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ภายในวงเงินครั้งละไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท กรณีเป็นการอนุมัติวงเงินนอกเหนือจากที่กำหนดดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบนี้ เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เว้นแต่กรณีที่เป็นความลับ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตกลงเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต่อไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินทดรองจ่ายจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบได้ทำสัญญาการยืมเงินตามแบบ บค. ๑ และอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายได้อนุมัติให้จ่ายเงินทดรองจ่ายนั้นแล้วเท่านั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ การอนุมัติให้ยืมเงินทดรองจ่ายสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) กรณีที่ได้มีการยืมเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีใดคดีหนึ่งแล้วแต่ไม่เพียงพอ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเบิกเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีนั้นได้อีก ทั้งนี้ ต้องมีการหักล้างเงินทดรองจ่ายในครั้งก่อนเรียบร้อยแล้ว
(๒) กรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งได้ยืมเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษคดีใดคดีหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบในคดีอื่น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้นั้นมีสิทธิยืมเงินทดรองจ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษในคดีอื่นนั้นได้อีก แม้ว่าจะยังมิได้ชำระเงินทดรองจ่ายในคดีก่อนก็ตาม
การยืมเงินทดรองจ่ายตาม (๑) และ (๒) ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๔ - ข้อ ๑๗
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ สัญญาการยืมเงิน (แบบ บค. ๑) ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย โดยแสดงประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้โดยรวม และเมื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบได้รับเงินตามสัญญาการยืมเงินแล้ว ให้ลงลายมือชื่อรับเงินในสัญญาการยืมเงินมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน ๑ ฉบับ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งเป็นผู้ยืมเงินเก็บไว้ ๑ ฉบับ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ ในการยืมหรือชำระคืนเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อในช่องผู้ยืม ผู้รับเงิน ผู้ชำระคืน ในแบบ บค. ๑ แบบ บค. ๒ และแบบ บค. ๓ แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ การจ่ายเงินทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ ให้จ่ายได้สำหรับระยะเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน หากจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่ากำหนดดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเป็นผู้พิจารณา
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ เงินที่ยืมไป ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบซึ่งเป็นผู้ยืม ส่งเอกสารตามข้อ ๑๐ (๒) และหรือ (๓) และเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ครบกำหนดเวลาตามข้อ ๑๖ หรือนับแต่วันที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จตามสัญญายืมเงินครั้งนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ จัดทำบัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค. ๔) ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้เพื่อรายงานต่ออธิบดี
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
๒. แบบสัญญายืมเงินทดรองจ่าย ค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๑)
๓. แบบใบส่งคืนเงินทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๒)
๔. แบบใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บค.๓)
๕. แบบบัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ (แบบ บค.๔)
๖. คำอธิบายการลงรายการในแบบ บค.๔ บัญชีคุมค่าใช้จ่ายสำหรับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๑๑๘ ง/หน้า ๒๓/๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).