ประกาศกรมการขนส่งทางบก
ประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขการประมูล
หมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
ระยะเวลาและเงื่อนไขการประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ. ๒๕๕๗ ไว้แล้ว นั้น
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข ปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการประมูลหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชนสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน
พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
โดยแก้ไขปรับเพิ่มเติมอัตราเงินวางหลักประกันสำหรับการประมูลในส่วนภูมิภาคของหมายเลขทะเบียนกลุ่ม
๑ และกลุ่ม ๒ ให้มีความเหมาะสม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐/๑
แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์
(ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศ ดังนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกอัตราหลักประกันการประมูลในส่วนภูมิภาคของหมายเลขทะเบียนกลุ่ม
๑ เลขสี่ตัวเหมือน และกลุ่ม ๒ เลขสามตัวเหมือน, สองตัวเหมือน, เลขตัวเดียว, เลขคู่ ๘ และเลขคู่ ๙ ท้ายประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา
และเงื่อนไขการประมูลหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ให้ใช้อัตราหลักประกันการประมูลในส่วนภูมิภาคของหมายเลขทะเบียนกลุ่ม
๑ เลขสี่ตัวเหมือน และกลุ่ม ๒ เลขสามตัวเหมือน, สองตัวเหมือน, เลขตัวเดียว, เลขคู่ ๘ และเลขคู่ ๙ ที่แก้ไขใหม่
ดังนี้
(๑) อัตราหลักประกันการประมูลในส่วนภูมิภาคของหมายเลขทะเบียนกลุ่ม ๑
เลขสี่ตัวเหมือนเงินวางหลักประกัน ๑๐,๐๐๐ บาท
(๒) อัตราหลักประกันการประมูลในส่วนภูมิภาคของหมายเลขทะเบียนกลุ่ม ๒
เลขสามตัวเหมือน สองตัวเหมือน, เลขตัวเดียว, เลขคู่
๘ และเลขคู่ ๙ เงินวางหลักประกัน ๕,๐๐๐ บาท
ข้อ ๓ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗
อัฌษไธค์
รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓ พฤศจิกายน
๒๕๕๗
กฤษดายุทธ/ผู้ตรวจ
๓ พฤศจิกายน
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๑๔ ง/หน้า ๓๐/๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).