ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๒๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒ ให้เรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ดีบุกตามราคาที่อธิบดีประกาศในอัตราดังต่อไปนี้
(๑) ร้อยละห้าของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินสามพันบาท
แต่ไม่เกินเจ็ดพันบาท
(๒) ร้อยละสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินเจ็ดพันบาท
แต่ไม่เกินเก้าพันบาท
(๓) ร้อยละยี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินเก้าพันบาท
แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาท
(๔) ร้อยละสามสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่น
หนึ่งพันบาท แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
(๕) ร้อยละสี่สิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่น
สี่พันบาท แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาท
(๖) ร้อยละห้าสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินหนึ่งหมื่น
เจ็ดพันบาท แต่ไม่เกินสองหมื่นบาท
(๗) ร้อยละหกสิบของราคาโลหะดีบุกต่อหกสิบกิโลกรัม สำหรับราคาส่วนที่เกินสองหมื่นบาท
ขึ้นไป"
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๖
อบ วสุรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราการเรียกเก็บค่าภาคหลวง
แร่ดีบุก ไม่เหมาะสมแก่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเรียกเก็บ
ค่าภาคหลวงแร่ดีบุกเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
[รก.๒๕๒๖/๑๔๕/๓พ./๗ กันยายน ๒๕๒๖]