法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล

และวันเปิดทำการ

ของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่

๓)

พ.ศ. ๒๕๔๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐

เป็นปีที่ ๕๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน

ที่ตั้ง เขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาค และกำหนดวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง

เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล

และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล

และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓ ให้มีศาลอุทธรณ์ภาค

จำนวน ๙ ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘

และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ และมีเขตศาลดังต่อไปนี้

(๑)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีเขตศาลในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี

จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

(๒)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีเขตศาลในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี

จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว

(๓)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีเขตศาลในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี

และจังหวัดอำนาจเจริญ

(๔)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม

จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร

จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี

(๕)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีเขตศาลในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน

จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน

(๖)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ มีเขตศาลในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์

จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์

และจังหวัดอุทัยธานี

(๗)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีเขตศาลในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร

และจังหวัดสุพรรณบุรี

(๘)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีเขตศาลในจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

(๙)

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีเขตศาลในจังหวัดตรัง จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี

จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้เปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.

๒๕๔๐ เป็นต้นไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖

บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แล้วแต่กรณี

ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา

๕ เปิดทำการ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒

และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓

จะสั่งให้โอนคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา ๕

ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓

แล้วแต่กรณี ไปให้ศาลอุทธรณ์ภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ พิจารณาพิพากษาต่อไปก็ได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค

๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เป็นจำนวนมาก

ทำให้ไม่สามารถเร่งรัดให้คดีต่าง ๆ เสร็จไปในระยะเวลาที่เหมาะสมได้

สมควรเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาคเพิ่มเติมและปรับปรุงเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้สัดส่วนของคดีที่ขึ้นไปสู่ศาลอุทธรณ์ภาคต่าง

ๆ มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

และสอดคล้องกับเขตอำนาจของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคในศาลชั้นต้น และโดยที่มาตรา

๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า

ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ

ที่ใดมีเขตศาลเพียงไรและจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พัชรี/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

กวินทราดา/ตรวจ

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๐

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_69764948d96fe579

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com