พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการ
ของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่
๓)
พ.ศ. ๒๕๔๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐
เป็นปีที่ ๕๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน
ที่ตั้ง เขตศาลของศาลอุทธรณ์ภาค และกำหนดวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง
เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓ ให้มีศาลอุทธรณ์ภาค
จำนวน ๙ ศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔
ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘
และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ และมีเขตศาลดังต่อไปนี้
(๑)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีเขตศาลในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี
จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
(๒)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ มีเขตศาลในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี
จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว
(๓)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีเขตศาลในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี
และจังหวัดอำนาจเจริญ
(๔)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร
จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี
(๕)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีเขตศาลในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน
จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน
(๖)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ มีเขตศาลในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์
และจังหวัดอุทัยธานี
(๗)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ มีเขตศาลในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร
และจังหวัดสุพรรณบุรี
(๘)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีเขตศาลในจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
(๙)
ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีเขตศาลในจังหวัดตรัง จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี
จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล
มาตรา ๔
ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗
ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ มีที่ตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๕
ให้เปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๔๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๖
บรรดาคดีที่ได้อุทธรณ์ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แล้วแต่กรณี
ซึ่งคดีนั้นค้างพิจารณาอยู่ คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป
ภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา
๕ เปิดทำการ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒
และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓
จะสั่งให้โอนคดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาคตามมาตรา ๕
ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓
แล้วแต่กรณี ไปให้ศาลอุทธรณ์ภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ พิจารณาพิพากษาต่อไปก็ได้
มาตรา ๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีคดีขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค
๑ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เป็นจำนวนมาก
ทำให้ไม่สามารถเร่งรัดให้คดีต่าง ๆ เสร็จไปในระยะเวลาที่เหมาะสมได้
สมควรเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาคเพิ่มเติมและปรับปรุงเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อให้สัดส่วนของคดีที่ขึ้นไปสู่ศาลอุทธรณ์ภาคต่าง
ๆ มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
และสอดคล้องกับเขตอำนาจของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคในศาลชั้นต้น และโดยที่มาตรา
๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติว่า
ให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ
ที่ใดมีเขตศาลเพียงไรและจะเปิดทำการเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พัชรี/ผู้จัดทำ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
กวินทราดา/ตรวจ
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).