法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (Update ณ วันที่ 08/10/2511)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

เจ้าพระยายมราช

พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการ

ประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

พระราชบัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒ พระราชบัญญัติการแพทย์

แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘

และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔* ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“ปริญญาหรือประกาศนียบัตร” หมายความว่า ปริญญาหรือประกาศนียบัตร

ที่ผู้รับได้เข้าฟังคำบรรยาย และเข้ารับการฝึกหัดอบรม จบหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ

*“โรคศิลปะ” หมายความว่า กิจการใด ๆ อันกระทำโดยตรงต่อร่างกาย

ของมนุษย์ในการบำบัดโรคซึ่งรวมตลอดถึงการตรวจโรค และป้องกันโรคในสาขาต่าง ๆ

ดังต่อไปนี้

(๑) เวชกรรม คือ การตรวจโรค การป้องกันโรค หรือการบำบัดโรคมนุษย์

ด้วยกรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะตามแผนนั้น ๆ

(๒) ทันตกรรม คือ การตรวจหรือการบำบัดโรคฟันหรืออวัยวะที่เกี่ยวกับฟัน

โดยตรง หรือการทำฟันในช่องปากของมนุษย์

(๓) เภสัชกรรม คือ การปรุงยาหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้น

เป็นยาสำหรับมนุษย์

(๔) การพยาบาล คือ การกระทำในการช่วยเหลือผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการ

ของโรค

(๕) การผดุงครรภ์ คือ การตรวจและการปฏิบัติต่อหญิงมีครรภ์ เพื่อป้องกัน

ความผิดปกติในการคลอดบุตร การทำคลอด ตลอดถึงการดูแลมารดาและทารกในระยะ

หลังคลอด

และให้หมายความรวมถึงการผ่าตัด ฉีดยา ฉีดสสารหรือสอดใส่วัตถุใด ๆ

เข้าในร่างกายเพื่อการเสริมสวย การคุมกำเนิด การทำหมัน หรือการบำรุงร่างกายด้วย

*[นิยามคำว่า “โรคศิลปะ” แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙]

“การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า การประกอบ

โรคศิลปะโดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์

“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า การประกอบ

โรคศิลปะโดยอาศัยความรู้จากตำราหรือการเรียนสืบต่อกันมาอันมิใช่การศึกษาตาม

หลักวิทยาศาสตร์

*[มาตรา ๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐]

มาตรา ๕

มาตรา ๕* ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตาม

พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวง เพื่อ

(๑) วางระเบียบข้อบังคับการประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ

(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบ

โรคศิลปะ

(๓) กำหนดข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๑๗

(๔) กำหนดมรรยาท แห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๑๘

(๕) กำหนดให้แจ้งความต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

เมื่อผู้ประกอบโรคศิลปะย้ายที่อยู่หรือตาย

(๖) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้

๑. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ๔๐ บาท

๒. ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิไธยครั้งละ ๑๐ บาท

๓. ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบ

โรคศิลปะฉบับละ ๒๐ บาท

๔. ค่าสอบความรู้ครั้งละ ๔๐ บาท

๕. ค่าหนังสืออนุมัติให้แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้

ความชำนาญโดยเฉพาะในการประกอบ

โรคศิลปะอย่างหนึ่งอย่างใดฉบับละ ๔๐ บาท

๖. ค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑๐ บาท

(๗) กำหนดระเบียบการอย่างอื่นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”

*[มาตรา ๕ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐]

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ทวิ* ให้เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยเฉพาะมีอำนาจ

ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะ หรือผู้ที่มีเหตุผลควรเชื่อว่าเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแสดง

ใบอนุญาตเพื่อให้ตรวจและเพื่อการนี้ให้มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของผู้นั้นได้

ในระหว่างอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก

ถ้าปรากฏว่าผู้ใดประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาต

ที่แสดงไม่ใช่ของแท้ หรือมีเหตุน่าสงสัยว่าเป็นของผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจ

ที่จะหาหลักฐานในการกระทำผิดฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม

กฎหมายและในกรณีเช่นนั้น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดเอกสารหรือสิ่งของ

ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่ปรากฏจากการ

ตรวจใบอนุญาตว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะนั้นปฏิบัติเกินข้อจำกัด หรือผิดเงื่อนไขใน

การประกอบโรคศิลปะตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

*[มาตรา ๕ ทวิ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐]

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๖

มาตรา ๖* ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งว่า “คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเจ้าหน้าที่

แห่งกระทรวงสาธารณสุขสามคน กระทรวงกลาโหมสามคน มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

สองคน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสองคน กับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทันตกรรม

เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์สาขาละสองคน และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

สองคน ซึ่งปลัดกระทรวงเป็นผู้เสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นเป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธาน

บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคหนึ่งนอกจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ผู้เป็นประธานต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้หรือเป็นผู้ประกอบ

วิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม และให้ดำรงตำแหน่งคราวหนึ่ง

เป็นเวลาสองปี และอาจแต่งตั้งซ้ำอีกได้

ถ้าตำแหน่งกรรมการใดว่างลง นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้

รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนในตำแหน่งของกรรมการนั้น กรรมการที่แต่งตั้ง

ขึ้นแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่คณะกรรมการต้องออกตามวาระ ให้คณะกรรมการที่ออกนั้น

ดำเนินงานต่อไปจนกว่ารัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่แทน

*[มาตรา ๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของ

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษา

ทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน

การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือน

มาตรา ๘

มาตรา ๘ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้

(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความใน

พระราชบัญญัตินี้

(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ

ในเรื่องหลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ

(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลง

เข้าใจผิดอันอาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวน

เพื่อวินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๘

(ก) และ (ข) นั้น คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้ง

อนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วย

พระราชบัญญัติก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

ให้ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธาน

หรือรองประธานมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ใน

กฎกระทรวงว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้

การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑* ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ

ว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้

(ก) การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยตามศีลธรรม โดยไม่รับสินจ้างรางวัล

แต่ทั้งนี้จะฉีดยาหรือสสารใด ๆ เข้าไปในร่างกายผู้ป่วย หรือให้ยาอันตรายตาม

กฎหมายว่าด้วยการขายยาแก่ผู้ป่วยมิได้

(ข) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาที่รัฐบาลรับรอง

กระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับ

ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

(ค) บุคคลซึ่งทางราชการ เทศบาล สุขาภิบาล หรือสภากาชาดไทย

มอบหมายให้ประกอบโรคศิลปะในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน

และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดย

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(ง) บุคคลซึ่งมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะของต่างประเทศที่มา

ประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับปรึกษาชั่วคราวของทางราชการ โดยอนุมัติของรัฐมนตรี”

*[มาตรา ๑๑ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔]

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ทวิ* ให้ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขาเวชกรรมชั้นหนึ่ง เป็นผู้กระทำการผ่าตัด ฉีดยาฉีดสสาร

หรือสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าในร่างกายเพื่อการเสริมสวย การคุมกำเนิดการทำหมัน หรือ

การบำรุงร่างกายได้

รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและ

รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะแผน สาขา และชั้นใด เป็นผู้กระทำการผ่าตัด

ฉีดยา ฉีดสสาร หรือสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าร่างกายเพื่อการเสริมสวยการคุมกำเนิด การทำหมัน

หรือการบำรุงร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างได้

*[มาตรา ๑๑ ทวิ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๐๙]

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒* การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภท

คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง ยกเว้นสาขาเวชกรรม และผู้ประกอบ

โรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาทันตกรรม และการผดุงครรภ์

ให้แบ่งออกเป็นสองชั้น คือชั้นหนึ่งและชั้นสอง และในสาขาเภสัชกรรมให้คงมีเฉพาะ

ชั้นหนึ่ง

*[มาตรา ๑๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะ คือ

(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์

แห่งวิชาชีพ

(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกาย

ทุพพลภาพหรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่

สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕* ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งต้อง

(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถาน

ศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง แต่

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถาน

ศึกษาในต่างประเทศ และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่

ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค

ศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับ

อนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการ

อบรมศึกษาในสาขาทันตกรรม หรือสาขาการผดุงครรภ์ จากโรงพยาบาลหรือสถาน

ศึกษาของทางราชการในประเทศไทย และเป็นที่พอใจของคณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาการพยาบาล ต้อง

(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในประเทศไทย

ที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง แต่คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศ

และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือ

ประกาศนียบัตร และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้

เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ ต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม

ศึกษาจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้ว ตามกำหนด

เวลาและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

ได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

*[มาตรา ๑๕ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖* ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยยา ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรค

ศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใดประกอบศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับ

ใบอนุญาต

*[มาตรา ๑๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑]

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัด

และเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่

กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

การพักและเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่

จะสั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดย

อนุมัติของรัฐมนตรีในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความใน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอน

ใบอนุญาตนั้นเสีย

(ข)* เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้

และศาลได้พิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออก

ตามความในพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขใน

การประกอบโรคศิลปะ หรือในการแจ้งความเรื่องย้ายที่อยู่ คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะจะสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและ

ยื่นคำให้การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว และให้มีอำนาจออกหมายเรียกผู้รับ

ใบอนุญาตหรือประกาศเรียกแทนการออกหมาย ออกหมายเรียกพยานหลักฐานและ

บังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ

*[มาตรา ๑๙ (ข) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓) พทุธศักราช ๒๔๘๓]

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว

เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีก

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

ให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้ เมื่อพิจารณาเห็นสมควร

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑* ผู้ใดไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะหรือได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่าง

ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑

หรือผู้ประกอบโรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ ทวิ

วรรคสอง หรือมาตรา ๑๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

*[มาตรา ๒๑ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙]

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒* ผู้ใดไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะหรือได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่าง

ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือสินจ้างหรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

*[มาตรา ๒๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙]

บทบัญญัติเฉพาะกาล

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้

พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้

ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอ

ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลาที่ว่านี้ ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจาก

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน

การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอ

จะไม่มีความรู้ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔

ก็ให้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ใน

สาขาหนึ่งสาขาใดที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะ

อยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้

รับการอบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่น

ใดในประเทศสยาม หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว

เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้

สาขาเวชกรรมห้าปี

สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี

สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรี

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๐

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการประกอบโรคศิลปะ

ตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙ ที่ยังไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้ภายใน

กำหนดสามเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๐/-/๑๙๙๗/๓๐ มีนาคม ๒๔๘๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ถือว่าผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผน

ปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ อยู่ในประเภท ก.

ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ

ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๘๔/-/๘๔/๒๑ มกราคม ๒๔๘๔]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๐

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

แผนโบราณตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙ ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้ภายในกำหนด

หกเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สาขาเวชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลา

สืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี

(ข) สาขาเภสัชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลา

สืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ค) สาขาการผดุงครรภ์ ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลา

สืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ทุก ๆ สาขาต้องมีหลักฐานจากผู้ให้การอบรมหรือหลักฐานอื่นใด ซึ่ง

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะเห็นควรเชื่อถือได้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการ

ตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๙๐/๓/๑๒๒/๑๔ มกราคม ๒๔๙๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการ

ตามพระราชบัญญัตินี้

[รก.๒๔๙๐/๔๕/๖๒๑/๒๓ กันยายน ๒๔๙๐]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุก ๆ ด้านได้วิวัฒนาการก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก และเพื่อ

ผดุงมาตรฐานการแพทย์ของประเทศให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล จึงควรให้ผู้ที่

ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์แล้ว มีการฝึกอบรมต่ออีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย ก่อนที่จะ

ให้ทำการประกอบโรคศิลปะได้ และโดยที่บทบัญญัติในมาตรา ๑๑ ยังไม่รัดกุมพอ

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนทำการประกอบโรคศิลปะโดยมิชอบได้

เพราะฉะนั้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมความ

ในมาตรา ๑๑ และ ๑๕ เสียใหม่

[รก.๒๕๐๔/๒๒/๑๕พ/๑๐ มีนาคม ๒๕๐๔]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่

ปรากฏว่ามีการกระทำบางอย่างที่ผู้กระทำได้นำเอากรรมวิธีของการประกอบ

โรคศิลปะไปใช้ แก่การเสริมสวย การคุมกำเนิด เป็นต้น ด้วยวิธีผ่าตัด ฉีดยา

หรือสสารใด ๆ โดยการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการประกอบโรคศิลปะตามบท

นิยามของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทั้ง ๆ ที่การกระทำดังกล่าวอาจจะเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกับการประกอบ

โรคศิลปะ และขณะนี้ได้มีโรงเรียนพยาบาลและผดุงครรภ์เกิดขึ้นหลายแห่ง

สมควรที่จะกวดขันความรู้ของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ ให้มี

มาตรฐานเท่าเทียมกันโดยให้มีการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนการประกอบ

โรคศิลปะก่อนที่จะอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะ สาขาการพยาบาลและการผดุงครรภ์ นอกจากนี้ยังมีบุคคลซึ่งไม่มีความรู้

ในวิชาชีพนี้เพียงพอทำการประกอบโรคศิลปะหรือใช้กรรมวิธีของการประกอบ

โรคศิลปะแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบอันอาจเป็นภัยต่อสวัสดิภาพของประชาชน

จึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้ควบคุมไปถึง

กรณีดังกล่าว และเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำความผิดให้สูงยิ่งขึ้น

[รก.๒๕๐๙/๑๑๙/๕พ/๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๙]

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นสอง

หรือสาขาเภสัชกรรมชั้นสองซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศ

พระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้คงประกอบโรคศิลปะต่อไปได้ภายใน

ข้อจำกัดและเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาตไว้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการ

ตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มี

พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมกำหนดให้การควบคุมการประกอบวิชาชีพ

เวชกรรมแยกออกจากการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้มีแพทยสภา

ทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทนคณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ จึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะเสียใหม่

[รก.๒๕๑๑/๙๑/๗๑๑/๘ ตุลาคม ๒๕๑๑]

ไพรินทร์/แก้ไข

๑/๐๒/๔๕

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (Update ณ วันที่ 08/10/2511) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6b3d5c3fc3f1b720

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com