เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง
เรื่อง
การบริหารกิจการประปาชุมชน
พ.ศ.
๒๕๕๐[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง
เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน ขึ้นใช้บังคับ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๐
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่
๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลตาจง
และโดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
จึงตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจงขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตาจง
เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๒ ให้ใช้เทศบัญญัตินี้ ในเขตเทศบาลตำบลตาจง
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในเทศบัญญัตินี้
เทศบาล หมายความว่า เทศบาลตำบลตาจง
กิจการประปา หมายความว่า การประปาชุมชนในเขตเทศบาลตำบลตาจง
ซึ่งต้องระบุชื่อชุมชนอันเป็นที่ตั้งและหรือชุมชนที่ร่วมใช้บริการ
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกิจการประปา
กรรมการ หมายความว่า กรรมการบริหารกิจการประปา
สมาชิก หมายความว่า สมาชิกผู้ใช้น้ำของกิจการประปา
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของกิจการประปา
โดยการคัดเลือกของคณะกรรมการ ซึ่งรับผิดชอบดูแลระบบประปา การจัดเก็บน้ำประปา
การจัดทำบัญชีอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
หมวด
๑
การบริหารกิจการประปา
ข้อ ๔ กิจการประปาเป็นทรัพย์สินของเทศบาลตำบลตาจง
โดยมอบให้คณะกรรมการบริหารกิจการประปาดำเนินการบริหารจัดการ
ตามที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัตินี้ และตามระเบียบข้อบังคับของกิจการประปา ซึ่งระเบียบ
ข้อบังคับของกิจการประปาต้องผ่านความเห็นชอบของ
สมาชิกผู้ใช้น้ำประปาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกผู้ใช้น้ำประปา
โดยต้องไม่ขัดกับเทศบัญญัติฉบับนี้และให้กำหนดวันที่มีผลบังคับใช้ด้วย
ข้อ ๕ คณะกรรมการต้องได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกผู้ใช้น้ำ
ข้อ ๖ การประชุมสมาชิกผู้ใช้น้ำต้องมีสมาชิกเข้าประชุมเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกผู้ใช้น้ำทั้งหมด
จึงถือว่าครบองค์ประชุม
ข้อ ๗ ในการนัดประชุมครั้งแรก
หากมีผู้เข้าประชุมไม่เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก ผู้ใช้น้ำทั้งหมด
ให้นัดประชุมครั้งที่สองต่อไป
และหากนัดประชุมครั้งที่สองสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมอีก ให้ถือว่าสมาชิกที่มาประชุม
ครบองค์ประชุม
หมวด
๒
อำนาจ
สิทธิ และหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกิจการประปาชุมชน
ข้อ ๘ คณะกรรมการ จะต้องเป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำ
และได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่และดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปี
โดยมีกรรมการ ประกอบด้วย
(๑) ประธาน
(๒) รองประธาน
(๓) เลขานุการ
(๔) เหรัญญิก
(๕) ฝ่ายบัญชี
(๖) ประชาสัมพันธ์
(๗) กรรมการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
ข้อ ๙ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(๑) วางระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารกิจการประปา
โดยผ่านการเห็นชอบของสมาชิกผู้ใช้น้ำ
(๒) บริหารกิจการประปา ให้เป็นไปตามระเบียบ
ข้อบังคับ ให้เกิดความก้าวหน้าในการดำเนินการและบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงตลอด
๒๔ ชั่วโมง
(๓) พิจารณาอนุญาตหรืองดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิก
หากเห็นว่าจะเป็นผลเสียต่อกิจการประปา ทั้งนี้
ให้คำนึงถึงประโยชน์และความอยู่รอดของกิจการประปาเป็นหลัก
(๔)
จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอเทศบาลทุกเดือนและรายงานผลการดำเนินงานให้สมาชิกผู้ใช้น้ำอย่างน้อยปีละ
๑ ครั้ง
(๕) ควบคุม
ดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ของกิจการประปา
ข้อ ๑๐ สถานภาพของกรรมการเกิดขึ้น
เมื่อได้รับเลือกจากสมาชิกผู้ใช้น้ำ และหมดสถานภาพเป็นกรรมการหรือพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) หมดวาระ
(๓) ลาออก
(๔) สมาชิกมีมติให้ออก
หมวด
๓
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกผู้ใช้น้ำ
ข้อ ๑๑ สมาชิกผู้ใช้น้ำ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ
ข้อบังคับของกิจการประปา มีสิทธิและหน้าที่ ดังนี้
(๑)
แสดงความคิดเห็นและให้ความร่วมมือในการบริหารงานของคณะกรรมการ
(๒)
มีสิทธิและหน้าที่ในการเป็นเจ้าของประปาโดยเท่าเทียมกัน
(๓)
มีสิทธิได้รับผลประโยชน์อันควรจะได้รับจากการบริหารประปาโดยเท่าเทียมกัน
(๔) มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการบริหารกิจการประปา
หมวด
๔
สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของกิจการประปา
ข้อ ๑๒ เจ้าหน้าที่ของกิจการประปา ได้แก่
บุคคลที่คณะกรรมการคัดเลือกให้รับผิดชอบ ดูแล ระบบประปา และหรือการจัดเก็บค่าน้ำ
และหรือการจัดทำบัญชี และหรือเป็นช่างประจำการประปา
โดยได้รับค่าจ้างตามที่คณะกรรมการกำหนด
ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากเทศบาลมีหน้าที่ ดังนี้
(๑) ดำเนินการผลิตน้ำประปาตามหลักวิชาการ
(๒) ดำเนินการดูแล รักษาระบบการจ่ายน้ำประปา
บริการน้ำได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
(๓)
ดำเนินการซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบประปา
(๔) ดำเนินการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ
หรือกรรมการที่รับผิดชอบมอบหมาย
(๕) รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นให้คณะกรรมการทราบ
เพื่อจะได้รายงานให้เทศบาลได้รับทราบเพื่อพิจารณาให้คำแนะนำช่วยเหลือ
หมวด
๕
การใช้น้ำ
ข้อ ๑๓ สมาชิกผู้ใช้น้ำ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการอนุญาตให้ใช้น้ำจากกิจการประปา
ข้อ ๑๔ ผู้ที่ประสงค์จะใช้น้ำประปา
จะต้องยื่นความประสงค์ขอใช้น้ำเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงต่อน้ำใช้ได้
ข้อ ๑๕ การจ่ายค่าธรรมเนียมการขอใช้น้ำ
กรณีผู้ใช้น้ำรายใหม่ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกิจการประปา
ต้องชำระเงินเป็นค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้ำประปารายละ ๑๐๐ บาท
ข้อ ๑๖ การต่อท่อแยกจากท่อเมนจนถึงมาตรวัดน้ำ
ผู้ใช้น้ำต้องดำเนินการเอง โดยอยู่ในการควบคุม
ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ของกิจการประปาหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการมาตรวัดน้ำและอุปกรณ์หลังมาตรวัดน้ำ
ผู้ใช้น้ำเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมาตรวัดน้ำเป็นทรัพย์สินของกิจการประปา
ส่วนการจัดซื้อหรือจัดหามาตรวัดน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในระบบประปานั้น
ผู้ใช้น้ำต้องจัดซื้อหรือจัดหาด้วยตัวเอง
แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเสียก่อน
ข้อ ๑๗ การติดตั้งมาตรวัดน้ำ
จะต้องติดตั้งไว้ในที่เปิดเผย สามารถตรวจสอบได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
หรือห่างจากรั้วไม่เกิน ๑ เมตร
ข้อ ๑๘ เมื่อติดตั้งมาตรวัดน้ำเรียบร้อยแล้ว
กิจการประปาจะต้องตีตราผนึกมาตรวัดน้ำไว้ เพื่อป้องกันการขโมยใช้น้ำ
ข้อ ๑๙ ในกรณีที่พบว่า ลวดตีตรามาตรวัดน้ำขาด
ผู้ใช้น้ำหรือเจ้าของบ้าน จะต้องแจ้ง ให้คณะกรรมการทราบทันที
หากปล่อยทิ้งไว้และคณะกรรมการตรวจพบ ถือว่าผู้ใช้น้ำมีเจตนา ขโมยใช้น้ำ
กิจการประปาจะงดการจ่ายน้ำชั่วคราว
จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อยก่อน
ข้อ ๒๐ การกระทำใด ๆ ที่ทำให้ทรัพย์สินของกิจการประปาเสียหาย
จะโดยเจตนาหรือไม่
ผู้กระทำต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กิจการประปาตามจำนวนเงินทั้งหมด
ข้อ ๒๑ หากผู้ใดมีเจตนาขโมยใช้น้ำโดยไม่ผ่านมาตรวัดน้ำ
หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลขในมาตรวัดน้ำ หรือกระทำการใด ๆ
ก็ตามที่มีเจตนาจะขโมยน้ำของกิจการประปา กิจการประปาจะงดจ่ายน้ำทันที
และจะต้องเสียค่าปรับให้แก่กิจการประปา ตามที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัตินี้
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่น้ำรั่ว
บริเวณท่อเมนหรือท่อน้ำก่อนผ่านมาตรวัดน้ำ
กิจการประปาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมแซมทั้งหมด
แต่เจ้าของที่ดินบริเวณที่น้ำรั่ว จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบ
หากนิ่งเฉยจะถือว่ามีเจตนาที่จะไม่ให้ความร่วมมือหรือรับผิดชอบในการบำรุงรักษา
ข้อ ๒๓ หากผู้ใช้น้ำยกเลิกการใช้น้ำหรือโอนให้ผู้อื่น
ต้องแจ้งให้กิจการประปาทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร
และได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการเสียก่อน จึงจะสิ้นสุดการเป็นผู้ใช้น้ำ มิฉะนั้น
จะถือว่ายังเป็นผู้ใช้น้ำอยู่ และต้องเสียค่าน้ำตามที่กิจการประปาเรียกเก็บ
ข้อ ๒๔ ผู้ที่ถูกงดการจ่ายน้ำไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม
หากมีความประสงค์จะใช้น้ำอีก จะต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่กิจการประปากำหนด
ข้อ ๒๕ เงินค่าน้ำ กิจการประปาจะเรียกเก็บจากผู้ใช้น้ำภายในวันที่
๒ ของเดือน
ข้อ ๒๖ ผู้ใช้น้ำต้องไม่ค้างชำระค่าน้ำเกิน ๖๐ วัน
หากไม่ชำระภายในกำหนด คณะกรรมการ จะงดจ่ายน้ำชั่วคราว
ข้อ ๒๗ กิจการประปาจะเรียกเก็บค่าน้ำตามจำนวนตัวเลขที่แสดงในมาตรวัดน้ำ
ในราคาลูกบาศก์เมตรแรกไม่ต่ำกว่า ๑๐ บาท ลูกบาศก์เมตรต่อไปไม่ต่ำกว่า ๕ บาท
ข้อ ๒๘ กรณีที่มีเหตุอันควรคณะกรรมการสงวนไว้ซึ่งสิทธิ
และอำนาจที่จะอนุญาต หรือไม่อนุญาต หรืองดจ่ายน้ำให้แก่ผู้ใดก็ได้ ทั้งนี้
เพื่อยึดถือประโยชน์และความอยู่รอดของกิจการประปา
รวมทั้งการบรรเทาสาธารณภัยเป็นสำคัญ
หมวด
๖
การเงิน
ข้อ ๒๙ รายได้ของกิจการประปา หมายถึง
(๑) เงินค่าน้ำ
(๒) เงินค่าธรรมเนียม ค่าปรับ
(๓) เงินบริจาค
(๔) เงินค่ารักษามาตรวัดน้ำ
(๕)
เงินที่ได้รับการอุดหนุนจากเทศบาลหรือหน่วยงานอื่น
(๖) รายได้อื่น ๆ
ข้อ ๓๐ รายได้ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากกิจการประปา
ให้ตกเป็นรายได้ของกิจการประปา คณะกรรมการสามารถนำไปใช้จ่ายในกิจการต่าง ๆ ได้
ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ
ข้อบังคับของกิจการประปาและให้แจ้งสมาชิกทราบในการประชุมครั้งถัดไป
ข้อ ๓๑ รายจ่ายของกิจการประปา หมายถึง
(๑) รายจ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับระบบผลิตน้ำ
การจ่ายน้ำประปา การบำรุง ซ่อมแซม การขยายกิจการประปา
(๒) รายจ่ายในการบริหารกิจการประปา เช่น
ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ
(๓)
ค่าเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนกรรมการตามสถานะทางการเงินของกิจการประปา
(๔) รายจ่ายในส่วนที่นำผลกำไรไปใช้ให้เกิดประโยชน์
เช่น การสร้างสาธารณสมบัติให้แก่ชุมชน
(๕) รายจ่ายอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบ
ข้อบังคับของกิจการประปา ทั้งนี้
ต้องได้รับความเห็นชอบจากเทศบาล
ข้อ ๓๒ การเก็บรักษาเงิน
เงินของกิจการประปา
จะต้องนำฝากธนาคารในนามของกิจการประปา ภายใน ๑๕ วัน
หลังจากเก็บค่าน้ำเรียบร้อยแล้ว โดยประธาน เหรัญญิกหรือผู้ได้รับมอบหมาย
หากมีความจำเป็นจะต้องเก็บรักษาเงินไว้ใช้จ่ายในกรณีเร่งด่วน
ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้
ต้องได้รับความเห็นชอบจากเทศบาล
ข้อ ๓๓ การเบิกเงิน
การเบิกเงินของกิจการประปา สามารถเบิกจ่ายได้
เมื่อคณะกรรมการเห็นชอบให้เบิกจ่ายเท่านั้น โดยต้องลงลายมือชื่อในการเบิกจ่าย
อย่างน้อย ๒ ใน ๓ ของผู้มีอำนาจ ดังนี้
(๑) ประธาน และเหรัญญิก หรือ
(๒) ผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ และเหรัญญิก
ในกรณีฉุกเฉิน เช่น
เครื่องมือหรืออุปกรณ์ประปาเกิดการขัดข้องกะทันหัน และจะต้องดำเนินการแก้ไขทันที หากไม่ดำเนินการทันทีจะเกิดความเสียหายแก่กิจการประปาได้
ให้ประธาน หรือเหรัญญิกสามารถนำเงินที่เก็บรักษาไว้ก่อนนำฝากธนาคาร จ่ายได้ทันที
โดยไม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการไม่เกินครั้งละ ๕,๐๐๐
บาท และจะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบทันทีเมื่อ มีการประชุม
ข้อ ๓๔ การเงินและบัญชี
รูปแบบการทำบัญชีของกิจการประปา
ให้เป็นไปตามที่เทศบาลกำหนดและให้เทศบาลตรวจสอบการเงินและบัญชีอย่างน้อยปีละ ๔
ครั้ง หากพบข้อบกพร่องให้แจ้งให้คณะกรรมการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
หมวด
๗
บทลงโทษ
ข้อ ๓๕ ในกรณีพบว่า สมาชิกผู้ใช้น้ำกระทำผิด โดยการขโมยใช้น้ำ
ให้คณะกรรมการดำเนินการ ดังนี้
(๑) เมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก ให้คณะกรรมการว่ากล่าว
ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
(๒) เมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดครั้งที่ ๒
ให้คณะกรรมการปรับเงินผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า ๕๐๐ บาท แต่ไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท โดยให้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
(๓) เมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดครั้งที่ ๓
ให้คณะกรรมการตัดสิทธิการใช้น้ำ แก่ผู้กระทำความผิด โดยงดการจ่ายน้ำ
หากผู้กระทำความผิดต้องการใช้น้ำอีกครั้ง ให้ถือเสมือนเป็นผู้ขอใช้น้ำรายใหม่
ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า ๑๐๐ บาท และค่าธรรมเนียมติดตั้งมาตรวัดน้ำใหม่
ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท และต้องเสียค่าปรับ ๑,๐๐๐
บาท
ข้อ ๓๖ ให้นายกเทศมนตรีตำบลตาจงมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อุดม
แซ่ตัง
นายกเทศมนตรีตำบลตาจง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๒
กรกฎาคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๑๒
กรกฎาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๙๖ ง/หน้า ๒๓๖/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).