我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งและค่าเสียหายจากเรือโดนกัน พ.ศ. 2548 หมวด ๑

มาตรา ๗–มาตรา ๑๓共 7 條

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ความรับผิดกรณีเรือโดนกัน ให้เป็นไปตามส่วนแห่งความผิดของเรือแต่ละลำ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ในการพิสูจน์ความผิดกรณีเรือโดนกัน ห้ามมิให้นำบทสันนิษฐานความผิดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นมาใช้บังคับ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ถ้าเรือโดนกันเกิดจากเหตุดังต่อไปนี้ ความเสียหายย่อมตกเป็นพับแก่เรือแต่ละลำ (๑) อุบัติเหตุ โดยพิสูจน์ได้ว่าเรือแต่ละลำที่เป็นคู่กรณีได้ใช้ความระมัดระวังและความสามารถในการเดินเรืออย่างเต็มที่แล้ว และไม่ได้ละเมิดกฎข้อบังคับใด ๆ เกี่ยวกับการเดินเรือ (๒) เหตุสุดวิสัย หรือ (๓) ไม่อาจรู้ได้ว่าเรือโดนกันเกิดจากสาเหตุใด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ถ้าเรือโดนกันเกิดจากความผิดของเรือลำเดียว เรือลำนั้นต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ถ้าเรือโดนกันเกิดจากความผิดของเรือตั้งแต่สองลำขึ้นไป และไม่อาจกำหนดส่วนแห่งความผิดของเรือแต่ละลำได้ เรือลำที่ผิดแต่ละลำต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่า ๆ กัน ความเสียหายที่เกิดแก่เรือและทรัพย์สินบนเรือ เรือลำที่ผิดแต่ละลำต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เกินส่วนแห่งความผิดของตน ความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลบนเรือ เรือลำที่ผิดแต่ละลำ ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กรณีเรือโดนกันเนื่องจากความผิดของผู้นำร่อง เรือลำที่ผิดจะปฏิเสธความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้ และให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดกรณีเรือโดนกันตามพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าว

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ความรับผิดกรณีเรือโดนกันตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เปลี่ยนแปลงสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดในหนี้ที่เกิดจากสัญญารับขนหรือสัญญาอื่น และไม่กระทบกระเทือนบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดความรับผิดกรณีเรือโดนกัน ค่าเสียหายอันพึงเรียกได้กรณีเรือโดนกัน บททั่วไป

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).