ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและประมวลผลข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต ให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้าของตนให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิตที่ตนเป็นสมาชิก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประมวลผลข้อมูลเครดิตตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ เว้นแต่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตจะพิจารณากำหนดไว้เป็นอย่างอื่นเป็นกรณีเฉพาะราย
ข้อมูลของลูกค้าของสมาชิกที่ส่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบและรายการที่บริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกได้ตกลงกัน
ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อ ให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้าต่อไปเป็นเวลาห้าปีโดยให้เริ่มนับระยะเวลาห้าปีในวันถัดจากวันที่ลูกค้าของสมาชิกผิดนัดชำระหนี้ครบเก้าสิบวัน ทั้งนี้ หากการส่งข้อมูลเครดิตในงวดสุดท้ายเกินกำหนดเวลาห้าปี ให้ถือว่าการส่งข้อมูลในงวดก่อนงวดดังกล่าวเป็นการส่งข้อมูลเป็นเวลาห้าปีตามที่กำหนดแล้ว
เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลมีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ แม้จะพ้นกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่งแล้ว หากข้อมูลของลูกค้าที่ยังอยู่ในระหว่างอายุในการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตตามที่กำหนดในข้อ ๓ มีการเปลี่ยนแปลงเพราะเหตุดังต่อไปนี้ ให้สมาชิกแจ้งแก้ไขข้อมูลหรือแจ้งบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมแก่บริษัทข้อมูลเครดิตตามข้อเท็จจริงที่ถูกต้องภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อเท็จจริงนั้นปรากฏหรือวันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี
(๑) หนี้ระงับ หรือมีการชำระหนี้เสร็จสิ้น
(๒) ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าสมาชิกไม่มีสิทธิเรียกร้องในหนี้นั้น หรือ
(๓) ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลาย และสมาชิกเป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกันไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้
(๔)[๓] มีการโอนหรือขายหนี้
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับชำระหนี้สินเชื่อที่ผิดนัด และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนครบกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ให้สมาชิกดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ศาลพิพากษาให้ลูกค้าของสมาชิกต้องชำระหนี้เป็นเงินแก่สมาชิก ให้ส่งข้อมูลต่อไปจนกว่าจะมีการชำระหนี้ตามคำพิพากษาเสร็จสิ้นหรือมีการบังคับคดีตามคำพิพากษา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง โดยให้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงตามคำพิพากษา และให้ถือว่าจำนวนหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมดตามคำพิพากษาเป็นยอดหนี้คงเหลือแต่ในกรณีที่ไม่มีการขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาภายในเวลาแห่งการบังคับคดี ให้สมาชิกหยุดส่งข้อมูลนับแต่เวลาแห่งการบังคับคดีสิ้นสุดลง
(๒) กรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากขาดอายุความ ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดและภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ให้แจ้งแก่บริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อปรับยอดหนี้เป็นศูนย์บาท
(๓) กรณีศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากความเป็นหนี้มิได้มีอยู่จริง ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ให้แก้ไขข้อมูลเครดิตและรายงานหนี้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่ได้ส่งข้อมูลและรายงานหนี้นั้นเป็นครั้งแรก และแจ้งการแก้ไขข้อมูลดังกล่าวแก่บริษัทข้อมูลเครดิต
(๔) กรณีศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเหตุอื่นนอกเหนือจาก (๒) และ (๓) และสมาชิกไม่มีสิทธิฟ้องเป็นคดีใหม่ต่อศาล ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดให้แจ้งแก่บริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อปรับยอดหนี้เป็นศูนย์บาท
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกค้าของสมาชิกเด็ดขาดในคดีล้มละลายก่อนครบกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ให้สมาชิกดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่สมาชิกเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ไม่ว่าจะได้ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้ในคดีล้มละลายหรือไม่ หรือมิได้เป็นเจ้าหนี้มีประกันแต่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้ ให้ส่งข้อมูลของลูกค้าต่อไปแต่ต้องไม่เกินกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ ให้ใช้จำนวนเงินที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เป็นยอดหนี้คงเหลือ
(๒) กรณีที่สมาชิกมิได้เป็นเจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และไม่ได้ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้ ให้หยุดส่งข้อมูลนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ลูกค้าของสมาชิกได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนครบกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง ให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้าต่อไปอีกไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ได้รับการปลดจากล้มละลายแต่ต้องไม่เกินกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่สมาชิกมีการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกค้าของสมาชิกก่อนครบกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง หากมีการชำระหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามที่ตกลงกัน ให้ถือว่าสินเชื่อนั้นเปลี่ยนสถานะเป็นหนี้ปกติและให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้ารายนั้นเป็นสินเชื่อปกติใหม่ โดยลงรหัสสถานะบัญชี ปกติ เว้นแต่สมาชิกที่เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถานะบัญชีสินเชื่อปกติให้เป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ในกรณีที่ลูกค้าของสมาชิกผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว ให้สมาชิกส่งข้อมูลตามที่กำหนดในข้อ ๙ โดยให้เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครบเก้าสิบวัน แม้ว่าสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้จะกำหนดให้ใช้ยอดหนี้คงเหลือและเงื่อนไขอื่นตามสัญญาเดิมในกรณีที่ลูกค้านั้นไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ก็ตาม
ข้อ ๑๓/๑[๔] ในกรณีที่สมาชิกมีการโอนหรือขายหนี้ไปยังผู้รับโอนซึ่งเป็นนิติบุคคลและไม่ได้เป็นสมาชิกสมาชิกต้องระบุในสัญญาโอนหรือขายหนี้ดังกล่าวให้ผู้รับโอนมีหน้าที่บอกกล่าวการโอน พร้อมแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าเมื่อลูกค้าชำระหนี้ให้แก่ผู้รับโอนเสร็จสิ้นแล้ว ลูกค้าสามารถนำเอกสารหลักฐานการชำระหนี้เสร็จสิ้นไปแสดงต่อบริษัทข้อมูลเครดิต เพื่อขอให้แก้ไขรหัสสถานะบัญชีที่สมาชิกได้นำส่งไว้ เพื่อแสดงว่ามีการโอนหรือขายหนี้และลูกค้าได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วได้ เว้นแต่เป็นการโอนหรือขายหนี้ที่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามข้อ ๑๓/๒
ข้อ ๑๓/๒[๕] ในกรณีที่สมาชิกมีการโอนหรือขายหนี้อันเนื่องมาจากการทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ไปยังผู้รับโอนซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์และไม่ได้เป็นสมาชิก หากการโอนหรือขายหนี้นั้นเข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก) หนี้ที่โอนหรือขายนั้นยังไม่สามารถตัดรายการออกจากบัญชีของสมาชิกตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงิน และ
(ข) สมาชิกเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ให้นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
ให้สมาชิกมีหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูลเครดิตของลูกค้าดังกล่าวต่อบริษัทข้อมูลเครดิตต่อไป และให้ระบุด้วยว่าเป็นการทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ในหัวข้อประเภทสินเชื่อตามข้อเท็จจริง
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลเครดิต ให้สมาชิกส่งข้อมูลของลูกค้าต่อไป จนกว่าจะมีการพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลนั้น หรือคณะกรรมการคุ้มครองเครดิตจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดแต่ต้องไม่เกินกำหนดเวลาในการส่งข้อมูลตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง
การแจ้งลูกค้าของสมาชิกเกี่ยวกับการส่งข้อมูลให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).