我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคามจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. 2549

子法規・公布 2006-08-04・全 16 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. ๒๕๔๙ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นปีที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยนาท” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชัยนาท และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชุมพร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดชุมพร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดตาก เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดตาก และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดนครนายก เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครนายก” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดนครนายก และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปราจีนบุรี” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดปราจีนบุรี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพะเยา เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพะเยา และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพังงา เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพังงา” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพังงา และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพิจิตร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิจิตร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพิจิตร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดมหาสารคาม เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดมหาสารคาม และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดแม่ฮ่องสอน และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดยโสธร เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดยโสธร” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดยโสธร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดระนอง เรียกว่า “สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระนอง” โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดระนอง และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๕๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้ศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดในกรณีที่ไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติและในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดชัยนาท จังหวัดชุมพร จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดพะเยา จังหวัดพังงา จังหวัดพิจิตร จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร และจังหวัดระนอง และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ นฤดล/ผู้ตรวจ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๗๙ ก/หน้า ๑๐/๔ สิงหาคม ๒๕๔๙

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查