มาตรา ๓๔ เพื่อให้การบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการสัมฤทธิ์ผล ให้ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มีอํานาจหน้าที่เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัด รวมทั้งการบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด
ให้ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยรายงานผลการติดตามและประเมินผลตามวรรคหนึ่งต่อ ก.น.จ. อย่างน้อยปีละสองครั้ง
มาตรา ๓๕ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจัดทําคํารับองการปฏิบัติราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ให้จังหวัด ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ บรรดาที่มีสํานักงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดและได้รับเงินงบประมาณเป็นการเฉพาะเพื่อดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด มีหน้าที่ต้องจัดทําบันทึกความร่วมมือการดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กําหนด
ความในวรรคสองให้ใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สมัครใจให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดําเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัดด้วย
ให้นําความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมาใช้บังคับกับการดําเนินการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัดด้วยโดยอนุโลม
บทเฉพาะกาล - ----------------------------------------
มาตรา ๓๖ การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดในครั้งแรกตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ ก.บ.จ. จัดทําแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของจังหวัด และให้ ก.บ.ก. จัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจําปีของกลุ่มจังหวัดเสนอ ก.น.จ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบไปในคราวเดียวกัน
มาตรา ๓๗ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับกับการดําเนินการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ - เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักการการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ และเนื่องจากมาตรา ๕๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ กําหนดให้จังหวัดจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งมาตรา ๕๓/๒ กําหนดให้นําหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวมาใช้บังคับกับการจัดทําแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดด้วยโดยอนุโลม ประกอบกับมาตรา ๕๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันกําหนดให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดยื่นคําขอจัดตั้งงบประมาณได้และให้ถือว่าจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้