พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
พันธุ์พืช (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติพันธุ์พืช
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการค้า
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง
(๑)
เมล็ดพันธุ์ควบคุม
(๒) พืชสงวน
(๓) พืชต้องห้าม
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตรวบรวม
ขาย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าได้
เมื่อปรากฏว่าผู้ขอใบอนุญาต
(๑) บรรลุนิติภาวะ
(๒)
มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานในประเทศไทย
(๓) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต
คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔)
มีสถานที่ที่เหมาะสมในการรวบรวม ขาย นำเข้า
หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามที่ขอรับใบอนุญาต
(๕)
ใช้ชื่อในการประกอบพาณิชยกิจไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจของผู้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว
หรือผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตยังไม่ครบสองปี
(๖)
มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอใบอนุญาตต้องมีลักษณะตาม
(๒) (๔) (๕) และ (๖) และต้องมีผู้ดำเนินกิจการซึ่งมีลักษณะตาม (๑) (๒) (๓) และ (๖)
ด้วย
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน (ง) ของ (๒) ของมาตรา ๒๒
แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(ง)
น้ำหนักสุทธิของเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามระบบเมตริก
หรือจำนวนเมล็ดพันธุ์ควบคุมหรือหน่วยวัดอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
มาตรา ๖ การดำเนินการรวบรวม ขาย นำเข้า
ส่งออกหรือนำผ่าน หรือนำหรือส่งไปยังท้องที่ใดในราชอาณาจักรซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุม
พืชสงวน และพืชต้องห้าม แล้วแต่กรณี ของหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการค้าที่ทำอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปได้จนแล้วเสร็จ
แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการค้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืชในส่วนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ควบคุม
พืชสงวน และพืชต้องห้าม
เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ควบคุมและการกำกับดูแลพืชสงวนและพืชต้องห้ามเป็นไปอย่างทั่วถึง
รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตรวบรวม ขาย นำเข้า
หรือส่งออกซึ่งเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะและมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเพื่อความเหมาะสม
และแก้ไขเพิ่มเติมข้อความที่ระบุในฉลากสำหรับภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าโดยให้แสดงจำนวนเมล็ดพันธุ์ควบคุมหรือหน่วยวัดอื่น ๆ ของพืชแต่ละชนิดให้เป็นไปตามหลักสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กองกฎหมายไทย/ปรับปรุง
๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๖ ธันวาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๕๒ ก/หน้า ๒๔/๗ กันยายน ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).