กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ.
๒๕๐๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และมาตรา ๓๒ ทวิ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาให้กระทำได้เมื่อประชาชนได้มีหนังสือถึงเจ้าคณะอำเภอหรือนายอำเภอแห่งท้องที่ที่วัดร้างนั้นตั้งอยู่ว่าตนมีศรัทธาที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นให้เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา
โดยแสดงหลักฐานว่าตนมีทรัพย์สินพอที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นให้เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาได้
และจะจัดให้มีพระภิกษุมาอยู่อาศัยและจำพรรษาในวัดได้ไม่น้อยกว่าสี่รูป
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มีหนังสือต่อเจ้าคณะอำเภอหรือนายอำเภอ
ข้อ ๒
เมื่อเจ้าคณะอำเภอหรือนายอำเภอได้รับหนังสือตามข้อ ๑
ให้เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอร่วมกันพิจารณาว่า
สมควรจะยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาหรือไม่
ถ้าพิจารณาเห็นพ้องต้องกันว่า
(๑)
วัดร้างนั้นอยู่ในสภาพที่สมควรเป็นที่อยู่อาศัยและจำพรรษาของพระภิกษุ
(๒)
มีประชาชนในละแวกใกล้เคียงจำนวนมากพอที่จะทำนุบำรุงให้วัดเจริญได้
(๓)
ตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า ๒ กิโลเมตร
เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร
(๔)
มีที่ดินพอที่จะขยายให้วัดเจริญได้ซึ่งไม่ต่ำกว่า ๖ ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น และ
(๕) พอใจในหลักฐานของประชาชนตามข้อ ๑
ที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นให้เป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาและสามารถจัดให้มีพระภิกษุมาอยู่อาศัยและจำพรรษาในวัดได้ไม่น้อยกว่าสี่รูป
ให้เจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอร่วมกันรายงานการขอยกวัดร้างนั้นขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาต่อเจ้าคณะจังหวัดตามแบบที่กรมการศาสนากำหนด
ข้อ ๓
รายงานการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาตามข้อ ๒
ให้แสดงรายการดังนี้
(๑) ที่ตั้งของวัด
(๒) อาณาเขต
เนื้อที่และแผนที่แสดงเขตที่ดินของวัด
(๓) ถาวรวัตถุและปูชนียสถาน (ถ้ามี)
พร้อมทั้งแผนผัง
(๔) จำนวนพระภิกษุที่จะอยู่อาศัยและจำพรรษา
และพระภิกษุที่จะเป็นเจ้าอาวาส
(๕)
ระยะห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาในละแวกใกล้เคียง
(๖)
จำนวนประชาชนในละแวกใกล้เคียงที่จะใช้วัดประกอบศาสนกิจ
(๗)
ความเห็นของเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอแห่งท้องที่ที่วัดร้างนั้นตั้งอยู่
ข้อ ๔
เมื่อเจ้าคณะจังหวัดได้พิจารณาเห็นชอบตามรายงานของเจ้าคณะอำเภอและนายอำเภอแล้ว
ให้เสนอเรื่องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อทำความเห็นเสนอต่อไปยังกรมการศาสนา
ข้อ ๕
ให้กรมการศาสนาพิจารณารายงานการขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาแล้วทำความเห็นเสนอต่อมหาเถรสมาคมเพื่อขอความเห็นชอบ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยมหาเถรสมาคมจะให้กรมการศาสนามีหนังสือสอบถามเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะใหญ่ซึ่งรับผิดชอบท้องที่ที่วัดร้างนั้นตั้งอยู่ก็ได้
การวินิจฉัยของมหาเถรสมาคมให้เป็นที่สุด
ข้อ ๖
เมื่อมหาเถรสมาคมเห็นชอบแล้ว ให้กรมการศาสนาประกาศยกวัดร้างนั้นขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา
และแจ้งให้เจ้าคณะพระสังฆาธิการเจ้าสังกัดรับวัดนั้นไว้ในความปกครองดุแลแล้วแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอแห่งท้องที่ที่วัดนั้นตั้อยู่ทราบ
ข้อ ๗
ให้กรมการศาสนาจัดทำทะเบียนวัดร้างและแบบรายงานการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา
ให้ไว้
ณ วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
สุขวิช รังสิตพล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ
: เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา ๓๒ ทวิ
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดให้การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา
ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงและในปัจจุบันยังไม่มีกฎกระทรวงในเรื่องนี้ใช้บังคับจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๓๑
สิงหาคม ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๑/๓๐ สิงหาคม ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).