กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๖/๑
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของวรรคสอง ของข้อ ๘
แห่งกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกวรรคสี่และวรรคห้าของข้อ ๘
แห่งกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก (๑) ของวรรคสอง ของข้อ ๙
แห่งกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของวรรคสอง ของข้อ ๑๐
แห่งกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกบัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๖ ให้เพิ่มประเภท ชนิด
และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นประเภท ชนิด
และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ประเภท ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๖ ในที่ดินประเภทชุมชน ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
โดยแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงงาน
ตลอดจนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเกี่ยวกับการกำหนดที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางหลวงแผ่นดิน
และที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ
เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พรวิภา/จัดทำ
๗
มีนาคม ๒๕๖๑
นุสรา/ตรวจ
๕
ตุลาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๑๓ ก/หน้า ๙/๗ มีนาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).