มาตรา ๑๒*
ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์กระทำการดังต่อไปนี้
(๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
(๒) ให้สินเชื่อแก่กรรมการหรือค้ำประกันการกู้ยืมเงินหรือค้ำประกัน
การขาย ขายลดหรือขายช่วงลดตั๋วเงินของกรรมการ
(๓) รับหุ้นของธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นประกันการให้สินเชื่อหรือรับหุ้น
ของธนาคารพาณิชย์
จากธนาคารพาณิชย์อื่นเป็นประกันการให้สินเชื่อ
(๔) ซื้อหรือมีไว้เป็นประจำซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่
(ก)
เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ หรือสำหรับพนักงาน
และลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์นั้น
โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่ง
ประเทศไทยในการให้ความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไข
ไว้ด้วยก็ได้ หรือ
(ข)
เป็นการได้มาจากการชำระหนี้ หรือจากการประกันการ
ให้สินเชื่อ หรือจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำนองไว้แก่ธนาคารพาณิชย์นั้นจาก
การขายทอดตลาดโดยคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
(๕) ซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทจำกัดใดเกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น
หรือซื้อหรือมีหุ้นหรือหุ้นกู้มีมูลค่า
หุ้นรวมกันทั้งสิ้นเกินร้อยละยี่สิบของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น ทั้งนี้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการอนุญาตธนาคาร
แห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
(๖) ซื้อหรือมีหุ้นธนาคารพาณิชย์อื่น เว้นแต่จะได้มาจากการชำระหนี้
หรือการประกันการให้สินเชื่อ
แต่ต้องจำหน่ายภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้มา
(๗) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นให้แก่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้าง
ของธนาคารพาณิชย์นั้น
เป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องจาก
การกระทำหรือการประกอบธุรกิจใด ๆ ของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ นอกจาก
บำเหน็จ เงินเดือน เงินรางวัล
และเงินเพิ่มอย่างอื่นบรรดาที่พึงจ่ายตามปกติ
(๘) ขายหรือให้อสังหาริมทรัพย์ใด ๆ หรือสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกัน
สูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดแก่กรรมการ
หรือซื้อทรัพย์สินจาก
กรรมการ
ทั้งนี้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการ และได้รายงาน
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบแล้ว หรือ
(๙) กระทำการใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันในระบบ
ธนาคารหรือเป็นการผูกขาดหรือจำกัดตัดตอนทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี และประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา
*[มาตรา ๑๑ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒]