法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการตรวจสอบ การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

การตรวจสอบ

การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ

และมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘/๑ วรรคสอง และมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“ใบอนุญาต”

หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน ระดับหนึ่ง

ระดับสอง หรือระดับสาม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนตรวจสอบและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรตามระดับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องตรวจสอบเครื่องจักรตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน

ดังต่อไปนี้

(๑) ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบเครื่องจักร

เช่น กล้องถ่ายรูป ตลับเมตร หรือสายวัด

(๒)

แสดงใบอนุญาตทุกครั้งที่ตรวจสอบเครื่องจักรและปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของสถานประกอบการ

ในกรณีที่ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนเป็นนิติบุคคล

ให้แสดงใบอนุญาตของนิติบุคคลพร้อมทั้งใบอนุญาตของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนซึ่งปฏิบัติงานประจำอยู่ในนิติบุคคลนั้นด้วย

(๓)

ใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องจักรหรือทรัพย์สินอื่นใดในระหว่างการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักร

(๔) จัดให้มีการรักษาความลับของข้อมูลเครื่องจักรและผลการตรวจสอบเครื่องจักร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) เอกสารแสดงรายละเอียดเครื่องจักรตามผังวางเครื่องจักร

ให้ระบุหมายเลขตามลำดับการจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร

(๒) สถานที่ตั้งของเครื่องจักร

ให้ระบุตามชื่อของสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม

(๓) จำนวนเครื่องจักรที่ตรวจสอบ

(๔) ชื่อเครื่องจักร ให้ระบุชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ

และเครื่องหมายการค้า

(๕) แบบของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือระบุตามลักษณะเครื่องจักร

(๖) รุ่นของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักร

(๗) หมายเลขเครื่องจักร

ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือตามที่แสดงอยู่ที่แท่นเครื่อง

(๘) ขนาดของเครื่องจักร ให้วัดขนาดเป็นระบบเมตริก มีหน่วยเป็นเมตร

และใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง

(๙) พลังงานที่ใช้กับเครื่องจักร

ให้ระบุพลังงานที่ใช้เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้

(๑๐) รายละเอียดการใช้งานของเครื่องจักร

(๑๑) ขนาดความสามารถของเครื่องจักร

ให้ระบุความสามารถในการผลิตหรือขนาดความสามารถในการทำงานให้ได้งานออกมาเป็นค่าการวัดเชิงปริมาณตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล

(๑๒) ผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิต

โดยกรณีเครื่องจักรที่ผลิตจากต่างประเทศให้ระบุชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษแบบตัวพิมพ์ใหญ่

(๑๓) เครื่องจักรเดี่ยว

ให้ระบุส่วนประกอบหลักที่สนับสนุนการทำงานของเครื่องจักร

ขนาดของเครื่องจักร

หรือขนาดความสามารถของส่วนประกอบเพื่อใช้เป็นค่าการวัดเชิงปริมาณตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล

(๑๔) เครื่องจักรเป็นชุดทำงานต่อเนื่อง

ให้ระบุรายการเครื่องจักรเดี่ยวแต่ละเครื่องที่ประกอบอยู่ภายในชุดของเครื่องจักรโดยต้องระบุสาระสำคัญของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบในแต่ละเครื่องตาม

(๓) ถึง (๑๓)

(๑๕) เอกสารและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ได้แก่

ใบขนสินค้าขาเข้า หนังสือรับรองการขาย ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับสินค้า

ให้ระบุเลขที่ วันที่นำเข้าหรือซื้อ วันที่ออกเอกสาร หรือราคาเครื่องจักร

แล้วแต่กรณี

(๑๖)

รายการอื่นตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ผังวางเครื่องจักรตาม (๑)

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การวัดขนาดของเครื่องจักรตาม (๘) ถ้าเป็นเครื่องจักรเดี่ยว ให้วัดขนาดของเครื่องจักร

ด้านกว้างและด้านยาว หรือกรณีเครื่องจักรที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก

ให้วัดขนาดของเครื่องจักรตามเส้นผ่าศูนย์กลางและความยาวในแนวนอนหรือความสูงในแนวตั้ง

แล้วแต่กรณี ถ้าเป็นเครื่องจักรเป็นชุดทำงานต่อเนื่อง

ให้วัดขนาดของเครื่องจักรทั้งชุดโดยให้วัดขนาดเช่นเดียวกับเครื่องจักรเดี่ยว และให้วัดขนาดของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบกันเป็นชุดเครื่องจักรด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในการถ่ายภาพเครื่องจักร ให้ถ่ายภาพเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร

ทั้งด้านหน้าและด้านข้างจากสถานที่ตั้งของเครื่องจักรให้ชัดเจน

กรณีการถ่ายภาพป้ายชื่อเครื่องจักร

ต้องถ่ายภาพให้สามารถอ่านป้ายชื่อเครื่องจักรได้อย่างชัดเจน

ขนาดและรายละเอียดของภาพถ่ายเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร

รวมทั้งภาพถ่ายป้ายชื่อเครื่องจักรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

รายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรต้องประกอบด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)

รายละเอียดเครื่องจักรและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักรที่ปรากฏตามรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักร

(๒) ภาพถ่ายเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รวมทั้งภาพถ่ายป้ายชื่อเครื่องจักรตามข้อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องจัดทำใบนำส่งผลการตรวจสอบพร้อมด้วยรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรให้แก่เจ้าของเครื่องจักร

ใบนำส่งผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

อุตตม สาวนายน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘/๑ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. ๒๕๑๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘

บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเครื่องจักร การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักร

และมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ชวัลพร/อัญชลี/จัดทำ

๒๙ สิงหาคม

๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๑๕ กันยายน

๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๘๗ ก/หน้า ๑๔/๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการตรวจสอบ การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและมาตรฐานการปฏิบัติงานการตรวจสอบเครื่องจักรของผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_72a36b1cb9342be3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com