ข้อ ๔
ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรตามแบบที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) เอกสารแสดงรายละเอียดเครื่องจักรตามผังวางเครื่องจักร
ให้ระบุหมายเลขตามลำดับการจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร
(๒) สถานที่ตั้งของเครื่องจักร
ให้ระบุตามชื่อของสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม
(๓) จำนวนเครื่องจักรที่ตรวจสอบ
(๔) ชื่อเครื่องจักร ให้ระบุชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ
และเครื่องหมายการค้า
(๕) แบบของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือระบุตามลักษณะเครื่องจักร
(๖) รุ่นของเครื่องจักร ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักร
(๗) หมายเลขเครื่องจักร
ให้ระบุตามที่แสดงในป้ายชื่อเครื่องจักรหรือตามที่แสดงอยู่ที่แท่นเครื่อง
(๘) ขนาดของเครื่องจักร ให้วัดขนาดเป็นระบบเมตริก มีหน่วยเป็นเมตร
และใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง
(๙) พลังงานที่ใช้กับเครื่องจักร
ให้ระบุพลังงานที่ใช้เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้
(๑๐) รายละเอียดการใช้งานของเครื่องจักร
(๑๑) ขนาดความสามารถของเครื่องจักร
ให้ระบุความสามารถในการผลิตหรือขนาดความสามารถในการทำงานให้ได้งานออกมาเป็นค่าการวัดเชิงปริมาณตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล
(๑๒) ผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิต
โดยกรณีเครื่องจักรที่ผลิตจากต่างประเทศให้ระบุชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิตเป็นภาษาอังกฤษแบบตัวพิมพ์ใหญ่
(๑๓) เครื่องจักรเดี่ยว
ให้ระบุส่วนประกอบหลักที่สนับสนุนการทำงานของเครื่องจักร
ขนาดของเครื่องจักร
หรือขนาดความสามารถของส่วนประกอบเพื่อใช้เป็นค่าการวัดเชิงปริมาณตามหน่วยวัดมาตรฐานสากล
(๑๔) เครื่องจักรเป็นชุดทำงานต่อเนื่อง
ให้ระบุรายการเครื่องจักรเดี่ยวแต่ละเครื่องที่ประกอบอยู่ภายในชุดของเครื่องจักรโดยต้องระบุสาระสำคัญของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบในแต่ละเครื่องตาม
(๓) ถึง (๑๓)
(๑๕) เอกสารและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ได้แก่
ใบขนสินค้าขาเข้า หนังสือรับรองการขาย ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับสินค้า
ให้ระบุเลขที่ วันที่นำเข้าหรือซื้อ วันที่ออกเอกสาร หรือราคาเครื่องจักร
แล้วแต่กรณี
(๑๖)
รายการอื่นตามที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผังวางเครื่องจักรตาม (๑)
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การวัดขนาดของเครื่องจักรตาม (๘) ถ้าเป็นเครื่องจักรเดี่ยว ให้วัดขนาดของเครื่องจักร
ด้านกว้างและด้านยาว หรือกรณีเครื่องจักรที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก
ให้วัดขนาดของเครื่องจักรตามเส้นผ่าศูนย์กลางและความยาวในแนวนอนหรือความสูงในแนวตั้ง
แล้วแต่กรณี ถ้าเป็นเครื่องจักรเป็นชุดทำงานต่อเนื่อง
ให้วัดขนาดของเครื่องจักรทั้งชุดโดยให้วัดขนาดเช่นเดียวกับเครื่องจักรเดี่ยว และให้วัดขนาดของเครื่องจักรเดี่ยวที่ประกอบกันเป็นชุดเครื่องจักรด้วย