我的書籤免費註冊

ระเบียบเทศบาลตำบลบ้านนา ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2557 หมวด ๑

ข้อ ๖–ข้อ ๑๐共 5 條

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของเทศบาล ประกอบด้วย (๑) รองนายกเทศมนตรี คนที่ ๑ ประธานกรรมการ (๒) รองนายกเทศมนตรี คนที่ ๒ รองประธานกรรมการ (๓) ปลัดเทศบาล รองประธานกรรมการ (๔) ผู้อำนวยการกองคลัง กรรมการ (๕) ผู้อำนวยการกองช่าง กรรมการ (๖) ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กรรมการ (๗) ผู้อำนวยการกองการศึกษา กรรมการ (๘) ผู้อำนวยการกองการประปา กรรมการ (๙) หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล กรรมการและเลขานุการ (๑๐) หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (๑๑) นิติกร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (๑๒) เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ผู้ช่วยเลขานุการ (๑๓) เจ้าพนักงานธุรการ ผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ การขอ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร (๒) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่ (๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ (๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่เทศบาล หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (๕) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสารตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ หรือข้อมูลข่าวสารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ (๖) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการ (๗) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ (๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๙) เชิญบุคคลใดมาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร (๑๐) ดำเนินงานอื่นใดตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับในการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรีก่อน จึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้ ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).