法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตดังต่อไปนี้ ให้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของที่ดินนั้น ๆ ตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ โดยไม่อยู่ในบังคับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

(๑) เขตพระราชฐาน

(๒) พื้นที่ที่ได้ใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร

(๓) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

(๔) ท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหรือผังเมืองรวมชุมชน

(๕) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉพาะที่ดินที่เป็นของรัฐหรือที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมการใช้มาตรการทางด้านผังเมืองในการจัดระเบียบและพัฒนาพื้นที่

(๒) ส่งเสริมและบูรณะฟื้นฟูระบบชุมชนเดิมให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ใหม่

(๓) ส่งเสริมและดำรงรักษาพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นเมืองเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

(๔) ส่งเสริมให้มีการบริการด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการอย่างทั่วถึง

(๕) ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๒๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ และหมายเลข ๒.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗ กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ดินประเภทชุมชน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ นกกระจอกเทศ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๗) กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม คลังสินค้า สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๒) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๘) สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่โรงงานสี ฝัด หรือขัดข้าว

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอนุรักษ์และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒ เมตร แต่ไม่หมายความรวมถึงโครงสร้างสำหรับใช้ในการรับส่งสัญญาณวิทยุ สัญญาณโทรทัศน์ หรือสัญญาณสื่อสารทุกชนิด การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่อาคารไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๕) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๘) การอยู่อาศัยประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๙) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๐) สวนสนุก

(๑๑) สนามกอล์ฟ

(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินประเภทนี้ ห้ามดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูง เว้นแต่การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ตามวรรคหนึ่ง (๑)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีขนาดพื้นที่อาคารไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๙ เมตร และมิใช่การจัดสรรที่ดินเท่านั้น การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การประมง การท่องเที่ยว หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การประมง การท่องเที่ยว การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินในเขตโบราณสถาน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ประเภท ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

[เอกสารแนบท้าย]

๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

[เอกสารแนบท้าย]

๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด

พ.ศ. ๒๕๖๐

การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ คือ

๑. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๒๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน มีรายการดังต่อไปนี้

๑.๑ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลเมยวดีกับตำบลบุ่งเลิศ

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๔๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๘ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔๑๘ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๘ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๘ เป็นระยะ ๔๑๐ เมตร

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๘ ฟากเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔๑๘ ฟากเหนือ และทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๙ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลเมยวดีกับตำบลชมสะอาด

๑.๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลชัยวารี ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลชัยวารี ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลชัยวารี ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลชัยวารี ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลโพนทอง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลโพนทอง ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลโพนทอง ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลโพนทอง ระหว่างหลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๑๑ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๔ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลหนองพอก ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลหนองพอก ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลหนองพอก ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลหนองพอก ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๖ ด้านเหนือ จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๕๓ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ เป็นระยะ ๔,๕๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖

ด้านใต้ จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๕๓ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖ เป็นระยะ ๓,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๖

๑.๗ ด้านเหนือ จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๖,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔

ด้านใต้ จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๕,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑,๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔

๑.๘ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลธงธานี ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำชี ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลธงธานี ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลธงธานี ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๒ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๙ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ เขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด แนวเขตค่ายประเสริฐสงคราม เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ บรรจบกับแนวเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๒,๕๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๑,๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ห้วยกุดขวาง ฝั่งใต้ เส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๔ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๗๓ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๔ เป็นระยะ ๑,๐๕๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนิเวศน์กับตำบลมะอึ

ด้านตะวันออก จดอ่างเก็บน้ำธวัชชัยและห้วยขี้นก ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนิเวศน์กับตำบลหนองไผ่ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลในเมืองกับตำบลรอบเมือง เขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) อ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้า เส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๕ ฟากตะวันออก

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ เส้นตั้งฉากระยะ ๑,๒๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

๑.๑๐ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเสลภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเสลภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลเสลภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำชี ฝั่งตะวันออก

๑.๑๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๐๙

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๐๙ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๐๙ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๘๗ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๐๙ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๐๙ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๘๗ ฟากตะวันออก

๑.๑๒ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕

ด้านตะวันออก จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ เป็นระยะ ๙,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕

ด้านตะวันตก จดเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๖๕ เป็นระยะ ๘,๐๐๐ เมตร

๑.๑๓ ด้านเหนือ จดห้วยกุดแดง ฝั่งใต้ ถนน อบจ. รอ. ๑๐๒๔ ฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับอ่างเก็บน้ำหนองกุดแดง เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ และเส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร จนบรรจบเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นตรงที่ลากเชื่อมต่อระหว่างจุดที่ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับจุดที่ทางหลวงชนบท รอ. ๕๐๗๖ บรรจบกับห้วยวังมนต์ ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๕๐๗๖ เป็นระยะ ๘๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๖๐๐ เมตร กับแนวเขตเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน ด้านใต้ และเส้นตรงที่ลากต่อจากเส้นขนานระยะ ๖๐๐ เมตร กับแนวเขตเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน ด้านใต้ ไปทางทิศตะวันตก จนบรรจบกับเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหัวช้างกับตำบลหนองผือ

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหัวช้างกับตำบลหนองผือ

๑.๑๔ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

๑.๑๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๗

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๖ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลพนมไพร ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลพนมไพร ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลพนมไพร ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลพนมไพร ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

๑.๑๗ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลเกษตรวิสัย ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๘ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลปทุมรัตต์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลปทุมรัตต์ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลปทุมรัตต์ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลปทุมรัตต์ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๙ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

๑.๒๐ ด้านเหนือ จดทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ เป็นระยะ ๑๐,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นตรงที่ลากเชื่อมต่อระหว่างเส้นตั้งฉากระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ เป็นระยะ ๑๐,๐๐๐ เมตร กับเส้นตั้งฉากระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ เป็นระยะ ๑๓,๕๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๔๐๒๒ เป็นระยะ ๑๓,๕๐๐ เมตร

๑.๒๑ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลกู่กาสิงห์ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๒๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลโพนทราย ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลโพนทราย ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๗

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลโพนทราย ระหว่างหลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลโพนทราย ระหว่างหลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๑

๒. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ และหมายเลข ๒.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีรายการดังต่อไปนี้

๒.๑ ด้านเหนือ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ เป็นระยะ ๑๐,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖

ด้านใต้ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ เป็นระยะ ๙,๐๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๖ ฟากตะวันออก

๒.๒ ด้านเหนือ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๓,๕๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๒ (ตอนเลี่ยงเมือง) ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ฟากตะวันออก

๓. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

๓.๑ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดกาฬสินธุ์ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงแม่เผด

ด้านตะวันออก จดลำน้ำยัง ฝั่งตะวันตก เขตเทศบาลตำบลโพนทอง ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕ และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ด้านใต จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ ฟากเหนือและฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำชี ฝั่งตะวันออก เขตเทศบาลตำบลเสลภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๘ กับหลักเขตที่ ๗ และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดกาฬสินธุ์

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๒ และหมายเลข ๑.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู บริเวณหมายเลข ๒.๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง บริเวณหมายเลข ๕.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว และบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก

๓.๒ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดกาฬสินธุ์ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่ และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ด้านตะวันตก จดลำน้ำยัง ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑ และหมายเลข ๑.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู และบริเวณหมายเลข ๕.๓ และหมายเลข ๕.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว

๓.๓ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมด้านเหนือ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดกาฬสินธุ์

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๖๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำชี ฝั่งตะวันตก เขตเทศบาลตำบลธงธานี ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๑๒ หลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒ และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒ ฟากเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๓ ฟากตะวันออก เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุโมงค์และป่าหนองแวง เขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕ ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๖๓ ฟากตะวันตกและฟากเหนือ เขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๘ ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ ฟากเหนือ เส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร เส้นตรงซึ่งเป็นเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับอ่างเก็บน้ำหนองกุดแดง ถนน อบจ. รอ. ๑๐๒๔ ฟากตะวันตก ห้วยกุดแดง ฝั่งเหนือ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหัวช้างกับตำบลหนองผือ ทางหลวงชนบท รอ. ๖๐๕๘ ฟากเหนือและฟากตะวันออก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๕ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๖ หมายเลข ๑.๗ หมายเลข ๑.๙ หมายเลข ๑.๑๑ และหมายเลข ๑.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู บริเวณหมายเลข ๒.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง และบริเวณหมายเลข ๕.๖ และหมายเลข ๕.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว

๓.๔ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๕ ฟากใต้ ทางหลวงชนบท รอ. ๖๐๕๘ ฟากตะวันตกและฟากใต้ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหัวช้างกับตำบลหนองผือ เส้นตรงที่ลากต่อจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหัวช้างกับตำบลหนองผือ ไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๖๐๐ เมตร กับเขตเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน ด้านใต้ เส้นขนานระยะ ๖๐๐ เมตร กับเขตเทศบาลตำบลจตุรพักตรพิมาน ด้านใต้ เส้นตรงที่ลากเชื่อมต่อระหว่างจุดที่ทางหลวงชนบท รอ. ๕๐๗๖ บรรจบกับห้วยวังมนต์ ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๕๐๗๖ เป็นระยะ ๘๐๐ เมตร กับจุดที่ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร และทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๒๑ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๕ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ ฟากตะวันตก และเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเส้นตรงที่ลากจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ ฟากตะวันตก ไปทางทิศตะวันตกจนบรรจบกับเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเกษตรวิสัยกับอำเภอสุวรรณภูมิ ที่จุดซึ่งทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๖ ไปทางทิศใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ เป็นระยะ ๙๒๕ เมตร เส้นตรงที่ลากจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเกษตรวิสัยกับอำเภอสุวรรณภูมิ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจนบรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ ที่จุดซึ่งทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๔ ไปทางทิศใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ เป็นระยะ ๑,๕๕๐ เมตร ลำเตา ฝั่งเหนือ และเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดมหาสารคาม

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑๗ หมายเลข ๑.๑๘ และหมายเลข ๑.๒๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๓.๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเมืองสรวง ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒ ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๖๓ ฟากใต้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๔๓ ฟากตะวันตก เขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุโมงค์และป่าหนองแวง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร และเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดศรีสะเกษ

ด้านใต้ จดลำเสียว ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ ฟากตะวันออก และเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๖

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑๖ และหมายเลข ๑.๒๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพูและบริเวณหมายเลข ๕.๘ และหมายเลข ๕.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว

๓.๖ ด้านเหนือ จดลำเสียว ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดศรีสะเกษ

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดสุรินทร์

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุวรรณภูมิกับอำเภอโพนทราย และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๒๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๔. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

ด้านเหนือ จดลำเตา ฝั่งใต้ ทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ ฟากตะวันตก เส้นตรงที่ลากจากทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ ฟากตะวันออก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนบรรจบกับเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเกษตรวิสัยกับอำเภอสุวรรณภูมิ ที่จุดซึ่งทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ บรรจบกับทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๑๔ ไปทางทิศใต้ตามแนวทางหลวงชนบท รอ. ๓๐๐๕ เป็นระยะ ๑,๕๕๐ เมตร เส้นตรงที่ลากจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเกษตรวิสัยกับอำเภอสุวรรณภูมิ ไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๖ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๕ เป็นระยะ ๙๒๕ เมตร และเส้นขนานระยะ ๗๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๖

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสุวรรณภูมิกับอำเภอโพนทราย

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดสุรินทร์

ด้านตะวันตก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดมหาสารคาม

๕. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีรายการดังต่อไปนี้

๕.๑ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่

๕.๒ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงแม่เผด

๕.๓ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ล้มและป่าโคกหนองบั่ว

๕.๔ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหันและป่าโคกสูง

๕.๕ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูเงินและป่าดงหนองฟ้า

๕.๖ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงขี้เหล็ก

๕.๗ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหนองกล้า

๕.๘ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคำใหญ่และป่าคำขวาง

๕.๙ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุโมงและป่าหนองแวง

๕.๑๐ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเป็ดก่า

๖. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

๗. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำชี ในบริเวณแนวขนานระยะ ๖๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำชี ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ชวัลพร/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๑๐/๑๙ เมษายน ๒๕๖๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_72e0ea154eecb250

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com