法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ และมาตรา ๒๘๐ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๓๑

(๒) และมาตรา ๗๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม

พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ

ก.ตร. นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ถือว่าประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ

ก.ตร. นี้เป็นประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๒๗๙

แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และเป็นจรรยาบรรณของตำรวจตามมาตรา ๗๗

แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง

หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใด รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง

การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ

สถานีตำรวจและหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม

การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ

มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร

พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ

รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล

ตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

รวมทั้งแผนดำเนินงานตามความในวรรคแรกให้กองบัญชาการศึกษาเสนอขอความเห็นชอบตามลำดับชั้น

และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจประจำทุกปี

ตามหลักเกณฑ์การประเมินตามข้อ ๕ วรรคสอง

ให้สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

กองบัญชาการ และหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ

ประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจในสังกัดตามความในวรรคแรกโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้สถาบันการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจไปกำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

และมีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของกองบัญชาการศึกษาตามข้อ ๕ วรรคแรก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้จเรตำรวจแห่งชาติมีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

จัดทำคู่มือและคำอธิบายแนวทางการปฏิบัติ

และสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจในภาพรวมระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หากจเรตำรวจแห่งชาติ

หรือหน่วยงานที่จเรตำรวจแห่งชาติมอบหมายพบว่าหน่วยงานตำรวจหรือข้าราชการตำรวจใดละเมิด

ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

โดยพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเกิดผลกระทบในทางเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หรือวิชาชีพตำรวจ

ให้จเรตำรวจแห่งชาติรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและแจ้งผู้บังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการหรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ

สอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

หากเห็นสมควรจเรตำรวจแห่งชาติอาจมอบหมายให้ รองจเรตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ

หรือรองจเรตำรวจ ไปกำกับและติดตามการสอบข้อเท็จจริง

หรือตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระจากกองบัญชาการ

หรือหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ นั้นก็ได้[๒]

ให้จเรตำรวจแห่งชาติ

จัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวรรคหนึ่งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รวมทั้งประสานกับกองบัญชาการต่าง ๆ

จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง

และส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจตามข้อ ๕

หรือแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจระดับกองบัญชาการหรือกองบังคับการตามความเหมาะสม

แล้วแต่กรณี[๓]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานทุกระดับมีอำนาจและหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจอย่างเคร่งครัด

รวมทั้งสอดส่องดูแลมิให้มีการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม หากพบว่ามีการละเมิด

ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามและไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

ในการสอดส่องดูแลให้กองบัญชาการ กองบังคับการ สถานีตำรวจ

ที่มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภาคประชาชน

จัดให้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลด้วย[๔]

ในกรณีที่มีการละเมิด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรมและอุดมคติของตำรวจในส่วนที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับมาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจรวมทั้งวินัยของตำรวจ

หากเป็นการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามโดยไม่เจตนา และไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อหน่วยงานหรือชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการทางการปกครองโดยอบรมชี้แนะแนวทางปฏิบัติด้วยหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

เพื่อให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้สำนึกและแก้ไขปรับปรุงตน เมื่อได้อบรมชี้แนะแล้ว

ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นั้นยังหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม

ให้ว่ากล่าวตักเตือน[๕]

การละเมิด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจในข้อประพฤติปฏิบัติที่เป็นข้อห้ามในการรักษาวินัย

ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการทางวินัยไปภายในอำนาจหน้าที่[๖]

ในการพิจารณาว่าการละเมิด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมนั้น

เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน อายุ ประวัติและความประพฤติในอดีต

สภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืน และเหตุอันควรนำมาประกอบการพิจารณา

โดยพิจารณาจากแนวทางข้างต้นเป็นราย ๆ ไป[๗]

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจพบว่าผู้บังคับบัญชาของตน

ข้าราชการตำรวจ หรือหน่วยงานตำรวจใดละเมิด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ให้สามารถรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือหน่วยงานที่ตนสังกัดได้อย่างน้อยสามลำดับชั้น

และหากผู้บังคับบัญชาที่ตนรายงานมิได้ดำเนินการใด

ให้สามารถรายงานถึงจเรตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้

การรายงานตามวรรคแรก

ไม่ถือว่าเป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยการเสนอแนะของจเรตำรวจแห่งชาติ

วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานตามวรรคแรกให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่

กฎ ก.ตร. นี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้จเรตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่เสนอความเห็นต่อ

ก.ตร.

เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจให้เหมาะสมกับกาลเวลาและสถานการณ์

ข้าราชการตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจทุกระดับมีสิทธิและเสรีภาพที่จะเสนอปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

หรือเสนอความเห็นในการแก้ไขปรับปรุงประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

โดยส่งข้อเสนอหรือความเห็นดังกล่าวไปยังจเรตำรวจแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้าราชการตำรวจซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยวิชาชีพใดซึ่งมีการกำหนดประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

ต้องถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพนั้นด้วย

ก.ตร.

อาจให้มีการกำหนดประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานใดได้ตามที่เห็นสมควร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

[เอกสารแนบท้าย]

๑[๘].

มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ คือ

โดยที่ตำรวจเป็นที่พึ่งสำคัญของประชาชนในด้านอำนวยความปลอดภัยและความยุติธรรม

เที่ยงตรง ดังนั้น

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีคุณธรรม

จริยธรรม บรรลุวัตถุประสงค์นโยบายของทางราชการและเป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ตร. นี้

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๒ กันยายน ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

กองกฎหมายไทย/ปรับปรุง

๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๐๐ ก/หน้า ๒๖/๑๙ กันยายน ๒๕๕๑

[๒] วรรคสองของข้อ

๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๓] วรรคสามของข้อ

๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๔] วรรคสองของ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพิ่มโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๓

[๕] วรรคสามของ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพิ่มโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๓

[๖] วรรคสี่ของ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพิ่มโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๓

[๗] วรรคห้าของ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพิ่มโดยกฎ ก.ตร.

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๘] ข้อ.๒

ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้าย กฎ ก.ต.ร. ส่วนที่

๑ มาตรฐานคุณธรรม และอุดมคติของตำรวจส่วนที่ ๒

มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7399ce5aaa36eb38

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com