พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้าง
ทางหลวงพิเศษหมายเลข
๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง
รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๔ (บางวัว) และทางแยก
เข้าท่าเรือแหลมฉบัง
ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง และตอนทางแยกไปบรรจบ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓ (บ้านอำเภอ) และเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑
สายพนมสารคาม -
สัตหีบ ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (บ้านเขาบายศรี)
และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓ สายกรุงเทพมหานคร - ตราด
ตอนบ้านกม. ๑๖
- บ้านกม. ๑๘
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๔ (บางวัว) และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง
และตอนทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (บ้านอำเภอ)
และเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายพนมสารคาม - สัตหีบ ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข
๗ (บ้านเขาบายศรี) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ สายกรุงเทพมหานคร - ตราด ตอนบ้านกม.
๑๖ - บ้านกม. ๑๘ ในท้องที่อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
กับมาตรา ๕ วรรคสาม และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
พ.ศ. ๒๕๓๐ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๖๘/๑
แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒
และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข
๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว)
และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง
และตอนทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (บ้านอำเภอ)
และเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายพนมสารคาม - สัตหีบ
ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (บ้านเขาบายศรี) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
สายกรุงเทพมหานคร - ตราด ตอนบ้านกม. ๑๖ - บ้านกม. ๑๘ พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี
มาตรา ๔ ให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๕ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง
รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว) และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง
ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง ตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
มีส่วนแคบที่สุดสามร้อยเมตรและส่วนกว้างที่สุดหนึ่งพันห้าร้อยเมตร ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง
รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว) และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง
ตอนทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (บ้านอำเภอ) ตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
มีส่วนแคบที่สุดสี่ร้อยเมตร และส่วนกว้างที่สุดหนึ่งพันเมตร ทั้งนี้
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายพนมสารคาม - สัตหีบ
ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (บ้านเขาบายศรี) ตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีส่วนกว้างสี่ร้อยเมตร ทั้งนี้
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๘ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ สายกรุงเทพมหานคร - ตราด ตอนบ้านกม. ๑๖ -
บ้านกม. ๑๘ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
มีส่วนแคบที่สุดสองร้อยเมตร และส่วนกว้างที่สุดหนึ่งพันสองร้อยเมตร ทั้งนี้
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข
๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว)
และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง
และตอนทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (บ้านอำเภอ)
และเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายพนมสารคาม - สัตหีบ
ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ (บ้านเขาบายศรี) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
สายกรุงเทพมหานคร - ตราด ตอนบ้านกม. ๑๖ - บ้านกม. ๑๘ พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง
รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔ (บางวัว) และทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง
ตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง และตอนทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
(บ้านอำเภอ) และเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ สายพนมสารคาม - สัตหีบ ตอนบรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข
๗ (บ้านเขาบายศรี) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ สายกรุงเทพมหานคร - ตราด ตอนบ้านกม.
๑๖ - บ้านกม. ๑๘ ในท้องที่อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค
สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว
เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑/๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).