法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน

และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

การออกตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กระทรวงการคลังจะออกตราสารหนี้ ดังต่อไปนี้

(๑) ตั๋วเงินคลัง

(๒) พันธบัตร

(๓) ตั๋วสัญญาใช้เงิน

การออกตราสารหนี้ตามวรรคหนึ่งจะมีใบตราสารหรือไร้ใบตราสารก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสารให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กระทรวงการคลังอาจมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือนิติบุคคลอื่นเป็นนายทะเบียนก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำทะเบียนตราสารหนี้ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันและเก็บรักษาทะเบียนตราสารหนี้ด้วย

ทะเบียนตราสารหนี้ตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องแสดงชื่อผู้ทรงตราสารหนี้และรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดเป็นผู้รับฝากตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ทรงตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสารซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนเป็นประเภทไร้ใบตราสารให้แจ้งต่อผู้รับฝากตราสารหนี้พร้อมทั้งส่งมอบใบตราสารด้วย

ผู้รับฝากตราสารหนี้ต้องแจ้งการเปลี่ยนประเภทตราสารหนี้และส่งมอบใบตราสารนั้นต่อนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ทรงตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารซึ่งประสงค์จะเปลี่ยนเป็นประเภทมีใบตราสารให้แจ้งต่อผู้รับฝากตราสารหนี้ที่ตนฝากตราสารหนี้ไว้

ผู้รับฝากตราสารหนี้ต้องแจ้งการเปลี่ยนประเภทตราสารหนี้ไปยังนายทะเบียน เพื่อให้นายทะเบียนออกใบตราสารให้แก่ผู้ทรงตราสารหนี้นั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนของกระทรวงการคลังในการจ่ายเงินสำหรับตั๋วเงินคลังและพันธบัตร

การซื้อขายตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กระทรวงการคลังอาจมอบหมายให้นิติบุคคลอื่นนอกจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ก็ได้

ในกรณีที่กระทรวงการคลังมอบหมายให้นิติบุคคลอื่นเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ต้องคำนึงถึงความสามารถในการกระจายตราสารหนี้และความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับการจัดจำหน่ายตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นิติบุคคลผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ตามข้อ ๙ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ

(๒) มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการจัดจำหน่ายตราสารหนี้

ตั๋วเงินคลัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังให้กระทำโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือวิธีการเสนอซื้อ ทั้งนี้ วิธีการเสนอซื้อจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนในคราวเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังตามข้อ ๑๑ ให้กระทรวงการคลังออกประกาศ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) วงเงินและอายุของตั๋วเงินคลัง

(๒) สัดส่วนการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือวิธีการเสนอซื้อ

(๓) วิธีการและเงื่อนไขในการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือการเสนอซื้อและการจัดสรรตั๋วเงินคลัง

(๔) เบี้ยปรับหรือการเลิกสัญญาในกรณีที่ชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังล่าช้าหรือไม่ชำระ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้มีสิทธิเสนอประมูล ได้แก่ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้ค้าหลัก และนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๒) ผู้มีสิทธิเสนอประมูลตาม (๑) ที่ประสงค์จะเสนอประมูลต้องส่งคำเสนอตามแบบที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓) ภายใต้บังคับข้อ ๑๖ ให้กระทรวงการคลังจัดสรรตั๋วเงินคลังให้แก่ผู้เสนอประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุดก่อน แล้วจึงจัดสรรให้แก่ผู้เสนอประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนสูงขึ้นไปตามลำดับ โดยไม่เกินวงเงินที่กำหนดในวันประมูลนั้น ๆ และแจ้งผลให้ผู้เสนอประมูลทราบในวันประมูลนั้น

ในกรณีที่มีผู้เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุดหลายราย และจำนวนที่ขอประมูลเมื่อรวมกันแล้วเกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้จัดสรรตั๋วเงินคลังแก่บุคคลดังกล่าวเฉลี่ยตามสัดส่วนจำนวนที่ผู้เสนอประมูลได้เสนอขอประมูล หากมีเศษเหลือ ให้จัดสรรให้แก่ผู้ที่เสนอประมูลเป็นรายแรกก่อน

(๔) ผู้เสนอประมูลที่ได้รับการจัดสรรตั๋วเงินคลังจะต้องชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังที่ได้รับการจัดสรร โดยยินยอมให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่มีอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือโอนเงินเข้าบัญชี “กระแสรายวันงานจัดการตราสารหนี้” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริการบาทเนต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังโดยวิธีการเสนอซื้อมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้มีสิทธิเสนอซื้อ ได้แก่ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๒) ผู้มีสิทธิเสนอซื้อตาม (๑) ที่ประสงค์จะเสนอซื้อต้องยื่นคำเสนอต่อสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้ค้าหลัก หรือหน่วยงานอื่นที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด โดยระบุจำนวนที่ขอซื้อและคำรับรองว่าจะยอมรับอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยของผู้ที่ประมูลได้ในวันที่มีการประมูลอัตราผลตอบแทนในคราวเดียวกันนั้น ทั้งนี้ ตามแบบที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๓) เมื่อได้รับคำเสนอแล้ว ให้สถาบันการเงินหรือหน่วยงานอื่นตาม (๒) ส่งคำเสนอนั้นไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย

(๔) ให้กระทรวงการคลังจัดสรรตั๋วเงินคลังให้แก่ผู้เสนอซื้อตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๕) ผู้เสนอซื้อที่ได้รับการจัดสรรตั๋วเงินคลังจะต้องชำระเงินค่าตั๋วเงินคลังที่ได้รับการจัดสรรให้แก่สถาบันการเงินหรือหน่วยงานอื่นตาม (๒) ซึ่งตนได้ยื่นคำเสนอซื้อ โดยสถาบันการเงินหรือหน่วยงานอื่นนั้นจะต้องรับผิดชอบในการชำระเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยยินยอมให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่มีอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือโอนเงินเข้าบัญชี “กระแสรายวันงานจัดการตราสารหนี้” ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริการบาทเนต

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คำ เสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือคำ เสนอซื้อ ให้ส่งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้บริการธุรกรรมประมูลตราสารหนี้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องทำให้ไม่สามารถส่งคำเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนหรือคำเสนอซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ส่งคำเสนอไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามแบบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กระทรวงการคลังอาจไม่พิจารณาจัดสรรตั๋วเงินคลังให้แก่ผู้เสนอประมูลอัตราผลตอบแทนรายหนึ่งรายใดหรือทุกราย สำหรับจำนวนที่ขอประมูลทั้งหมดหรือบางส่วนในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) มีการเสนออัตราผลตอบแทนบิดเบือนราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

(๒) มีการเสนออัตราผลตอบแทนสูงเกินกว่าที่กระทรวงการคลังจะรับได้อันเนื่องมาจากเกิดความผันผวนทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคมในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อตลาดการเงิน

ในกรณีที่ไม่มีผู้ได้รับการจัดสรรตั๋วเงินคลังในการจัดจำหน่ายตามวรรคหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังประกาศยกเลิกการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังในส่วนนั้นหรือครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อได้ประกาศยกเลิกการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังตามข้อ ๑๖ วรรคสอง หรือการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังไม่เต็มตามวงเงินที่ประกาศกำหนดตามข้อ ๑๒ กระทรวงการคลังจะนำวงเงินที่ยกเลิกหรือวงเงินที่เหลือนั้นไปรวมกับวงเงินการจัดจำหน่ายตั๋วเงินคลังในงวดต่อ ๆ ไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการใช้เงินตามตั๋วเงินคลัง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโอนเงินให้แก่ผู้ทรงตั๋วเงินคลังตามที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน โดยในกรณีที่เป็นตั๋วเงินคลังประเภทมีใบตราสาร การโอนเงินจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับคืนใบตราสารแล้ว

พันธบัตร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจัดจำหน่ายพันธบัตรให้กระทำโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน วิธีการเสนอซื้อ หรือวิธีการจำหน่ายโดยตรง ทั้งนี้ วิธีการเสนอซื้อจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการจัดจำหน่ายพันธบัตรโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนในคราวเดียวกัน

ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารหนี้สาธารณะจะใช้วิธีการจำหน่ายโดยเฉพาะเจาะจงหรือวิธีการตกลงราคาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดเป็นครั้งคราวก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้นำความในข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ มาใช้กับการจัดจำหน่ายพันธบัตรโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนและวิธีการเสนอซื้อโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจัดจำหน่ายพันธบัตรโดยวิธีการจำหน่ายโดยตรงมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้กระทรวงการคลังจัดทำหนังสือเชิญชวนเผยแพร่เป็นการทั่วไป ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดเกี่ยวกับวงเงิน อายุของพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขการโอนสิทธิ ข้อจำกัดการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน และเงื่อนไขการขายคืนพันธบัตร

(๒) ผู้มีสิทธิซื้อ ได้แก่ บุคคลธรรมดา นิติบุคคลที่ไม่มุ่งแสวงหากำไร หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด

(๓) ผู้มีสิทธิซื้อตาม (๒) ที่ประสงค์จะซื้อพันธบัตรต้องส่งคำเสนอโดยระบุจำนวนที่ขอซื้อตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดไปยังผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้

(๔) ให้กระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจำหน่ายพันธบัตรโดยคำนึงถึงการกระจายการถือพันธบัตร ความเป็นธรรม และความโปร่งใส

ในกรณีที่จัดจำหน่ายพันธบัตรได้ไม่เต็มตามวงเงินที่กำหนดไว้ในหนังสือเชิญชวนตาม (๑) กระทรวงการคลังจะนำวงเงินที่เหลือนั้นไปรวมกับวงเงินในการจัดจำหน่ายพันธบัตรในงวดต่อ ๆ ไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการชำระดอกเบี้ยของพันธบัตร ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโอนเงินให้แก่ผู้ทรงพันธบัตรหรือบุคคลอื่นตามคำร้องขอของผู้ทรงพันธบัตร ทั้งนี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้นำความในข้อ ๑๘ มาใช้กับการใช้เงินตามพันธบัตรโดยอนุโลม

ตั๋วสัญญาใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การออกและการจัดจำหน่ายตั๋วสัญญาใช้เงินให้กระทำโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารหนี้สาธารณะจะใช้วิธีการตกลงราคาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การออกและการจัดจำหน่ายตั๋วสัญญาใช้เงินโดยวิธีการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้กระทรวงการคลังส่งหนังสือเชิญเข้าประมูลไปยังสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงการคลังเห็นสมควร โดยหนังสือเชิญเข้าประมูลอย่างน้อยต้องกำหนดเกี่ยวกับวงเงิน อายุของตั๋วสัญญาใช้เงิน เงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เงินตามตั๋วก่อนครบกำหนดเวลาใช้เงิน และเงื่อนไขอื่นที่จำเป็นต่อการเสนอประมูลอัตราผลตอบแทน

(๒) ผู้มีสิทธิเสนอประมูลตาม (๑) ที่ประสงค์จะเสนอประมูลอัตราผลตอบแทนต้องส่งคำเสนอโดยระบุอัตราผลตอบแทนตามแบบและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

(๓) ให้กระทรวงการคลังออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้เสนอประมูลที่เสนออัตราผลตอบแทนต่ำสุด ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(๔) การชำระเงินค่าตั๋วสัญญาใช้เงินให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

การโอนตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การโอนตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรประเภทที่มีใบตราสาร ให้ผู้โอนและผู้รับโอนยื่นหนังสือขอโอนสิทธิต่อนายทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด โดยแนบตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรที่จะโอนด้วย

เมื่อนายทะเบียนได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้บันทึกการโอนและลงลายมือชื่อในตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรนั้น และส่งมอบให้แก่ผู้รับโอน รวมทั้งบันทึกการโอนในทะเบียนตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การโอนตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรประเภทไร้ใบตราสาร ให้ผู้ฝากตราสารหนี้ซึ่งเป็นผู้โอนแจ้งไปยังผู้รับฝากตราสารหนี้นั้นตามแบบหรือวิธีการที่ผู้รับฝากตราสารหนี้กำหนด

การโอนตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลสมบูรณ์เมื่อผู้รับฝากตราสารหนี้ได้บันทึกในบัญชีของผู้ฝากตราสารหนี้ซึ่งเป็นผู้รับโอนแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การโอนตั๋วสัญญาใช้เงินให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันและการบังคับหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้นำบทบัญญัติลักษณะ ๑๓ ในบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับกับการใช้ตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสารเป็นหลักประกันโดยวิธีจำนำโดยอนุโลม ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๔๘ (๑) (๒) และ (๓) มาตรา ๗๕๔ วรรคสอง มาตรา ๗๕๕ มาตรา ๗๕๖ มาตรา ๗๕๘ มาตรา ๗๖๑ มาตรา ๗๖๗ มาตรา ๗๖๘ และมาตรา ๗๖๙ (๑) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับกับการใช้ตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารเป็นหลักประกัน โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ วิธีการใช้ตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารเป็นหลักประกันและการถอนประกันตราสารหนี้ดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ ๓๒ และข้อ ๓๓ เว้นแต่ในกรณีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้รับฝากตราสารหนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในการใช้ตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารเป็นหลักประกัน ให้ผู้ให้หลักประกันและผู้รับหลักประกันแจ้งต่อผู้รับฝากตราสารหนี้ตามแบบที่ผู้รับฝากตราสารหนี้กำหนด

การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลสมบูรณ์เมื่อผู้รับฝากตราสารหนี้ได้บันทึกการใช้ตราสารหนี้นั้นเป็นหลักประกันในบัญชีของผู้รับหลักประกันแล้ว

เมื่อผู้รับหลักประกันร้องขอ ให้ผู้รับฝากตราสารหนี้ออกหลักฐานเพื่อยืนยันการใช้ตราสารหนี้นั้นเป็นหลักประกันให้แก่ผู้รับหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การถอนประกันตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสาร ให้ผู้ให้หลักประกันและผู้รับหลักประกันแจ้งต่อผู้รับฝากตราสารหนี้ตามแบบที่ผู้รับฝากตราสารหนี้กำหนด

เมื่อผู้รับฝากตราสารหนี้ได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้บันทึกการถอนประกันตราสารหนี้นั้น ในบัญชีของผู้รับหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การบังคับหลักประกันให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ตราสารหนี้ถึงกำหนดชำระ ให้ผู้รับหลักประกันเรียกเก็บเงินตามตราสารหนี้ในวันถึงกำหนด โดยไม่ต้องบอกกล่าวแก่ผู้ให้หลักประกัน

(๒) ในกรณีที่ตราสารหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ให้ผู้รับหลักประกันบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้ให้หลักประกันเพื่อให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันควร หากผู้ให้หลักประกันไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวผู้รับหลักประกันจะนำตราสารหนี้ที่วางหลักประกันไปขายทอดตลาดหรือขายในตลาดซื้อขายตราสารหนี้ ที่ทำการซื้อขายโดยทั่วไปก็ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบตั๋วเงินคลัง

๒. แบบพันธบัตร

๓. แบบตั๋วสัญญาใช้เงิน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ บัญญัติให้การออกตราสารหนี้ การซื้อขายตราสารหนี้ การโอนตราสารหนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน การบังคับหลักประกัน และการมอบหมายให้บุคคลจัดจำหน่าย ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

โสรศ/จัดทำ

๖ สิงหาคม ๒๕๕๐

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๑๗/๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_745cc5e59884af31

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com