法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

เรื่อง

การขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

ว่าด้วยการขุดดินและถมดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบลนาสารโดยได้รับความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนาสารและนายอำเภอพระพรหม

จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาประกาศ

ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้

ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“ดิน” หมายความรวมถึง หิน กรวด

หรือทรายและอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน

“พื้นดิน” หมายความว่า

พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ

“บ่อดิน” หมายความว่า แอ่ง บ่อ

สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุดดิน

“ขุดดิน” หมายความว่า

กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดินหรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน

“ถมดิน” หมายความว่า การกระทำใด

ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม

“เนินดิน” หมายความว่า

ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน

“แผนผังบริเวณ” หมายความว่า

แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้งและขอบเขตของที่ดินหรือถมดิน รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง

“รายการ” หมายความว่า

ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุด

หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน

ระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น

วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และวิธีการในการขุดดินหรือการถมดิน

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการการขุดดินและถมดิน ตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้

“ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า

องค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้อบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การขุดดินและถมดินซึ่งกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายได้ตามกฎหมายนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้

ให้เป็นไปตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน

โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตรหรือมีพื้นที่ปากบ่อเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร

หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้

(๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน

(๒) แผนผังแสดงเขตพื้นที่และที่ดินบริเวณข้างเคียง

(๓) รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

(๔) วิธีการขุดดินและขนดิน

(๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน

(๖) ชื่อผู้ควบคุมงาน

ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง

(๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน

(๙) เอกสารรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกำหนด

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งโดยถูกต้องแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งและให้ผู้แจ้งเริ่มทำการขุดดินตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง

ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง

ถ้าผู้แจ้งไม่มาแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไขจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผล

ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดในวรรคสามให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง

ผู้ได้รับแจ้งต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เก็บได้ตามข้อ

๗ วรรคห้า ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในระหว่างที่มีการขุดดิน

ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ จะต้องเก็บใบรับแจ้ง

แผนผังบริเวณและรายการไว้ที่สถานที่ขุดดินหนึ่งชุด

และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้

ถ้าใบแจ้งชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗

ขอรับใบแทนใบรับแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันที่ทราบถึงการชำรุดสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขุดดิน

ตามข้อ ๗ ต้องขุดดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขุดดินตามข้อ

๗ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ และจะต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้างหรือที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การได้รับใบรับแจ้งจากพนักงานท้องถิ่นตามข้อ

ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม

ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน

ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร

ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร

เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด

ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการขุดดินถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ หรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา

ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ หยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ

และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากรหรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี ทราบโดยด่วน

ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน

โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง

และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร

หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น

พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่งต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร

การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง

นอกจากจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่ง

ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคสามโดยถูกต้องแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำข้อบัญญัติข้อ

๗ วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า ข้อ ๙ และข้อ ๑๒ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ถมดินตามข้อ

๑๖ ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ถมดินตามข้อ

๑๖ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๗

และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งกระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินอันไม่ปฏิบัติตามข้อ

๑๐ ข้อ ๑๔ หรือข้อ ๑๗

มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้

เมื่อได้รับคำร้องขอตามวรรคหนึ่ง

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดินหรือถมดิน

และรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้น

หรืออาจเกิดขึ้นจากการขุดดินหรือถมดินนั้น ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ขุดดิน

ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน

หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินได้ตามที่เห็นสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อบัญญัตินี้ ให้หมายความรวมถึง

ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินตามข้อ

๗ หรือการถมดินตามข้อ ๑๖ ว่าได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.

๒๕๔๓ หรือกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัตินี้หรือประกาศที่ออกตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือระหว่างเวลาทำการ

และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือถมดินได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน

หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน

หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น

แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้

ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน

ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน

หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้

แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่และให้ถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น

ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอันสิ้นผล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้

เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้าผู้ขุดดินหรือผู้ถมดิน

หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๑๙ วรรคสอง

หรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการจะอนุญาตให้ทุเลาโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ หรือจะสั่งให้วางเงินหรือหลักทรัพย์ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี พิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ใดทำการขุดดินตามข้อ ๗

หรือทำการถมดินตามข้อ ๑๖ วรรคสามโดยไม่ได้รับใบแจ้งจากพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๗

วรรคสอง หรือข้อ ๑๖ วรรคสี่ แล้วแต่กรณี มีความผิดตามมาตรา ๓๕

แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง

เกิดขึ้นในบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินตามประกาศกฎกระทรวง ผู้นั้นมีความผิดตามมาตรา

๓๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี

หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๗

มีความผิดตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มีโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท

และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตาม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ

๑๔ และข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง มีความผิดตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามข้อ

๒๐ มีความผิดตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ขุดดินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๕

มีความผิดตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดการขุดดิน

หรือการถมดินตามข้อ ๑๙ วรรคสอง หรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีความผิดตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินตามข้อ

๑๙ วรรคสองหรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีความผิดตามมาตรา

๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาทและปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ อาศัยอำนาจตามมาตรา

๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้นอกจากข้อ

๒๕ วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจมอบหมาย

มีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัท

หรือนิติบุคคลอื่นกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการ

หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้นต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น

ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้

ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและได้รับความเสียหาย

เนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้อยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้ปฏิบัติตามข้อ

๗ ข้อ ๑๖ แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

และเมื่อได้ดำเนินการแล้วให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบแจ้งตามข้อบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ

ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

พยงค์ สงวนถ้อย

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติ องค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร

เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๔

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๕๐ ง/หน้า ๒๗/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนาสาร เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_760faa8c2c03a839

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com