法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

พ.ศ. ๒๕๕๒

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม

พ.ศ. ๒๕๕๒

เป็นปีที่ ๖๔

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา

อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ

และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา

และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ดังต่อไปนี้

(๑)

สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.”

(๒)

สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”

(๓)

สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “น.บ.”

(๔)

สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”

(๕)

สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”

(๖)

สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”

(๗)

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”

(๘)

สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ

(ก)

เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.”

(ข)

โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.”

(ค)

ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”

ทั้งนี้

หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มีสามชั้น ดังต่อไปนี้

(๑)

ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ ผ่าอกตลอด

ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ

สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้

(ก)

สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดรอบขอบมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร

ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร

ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

(ข)

สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๓ เซนติเมตร มีแถบสีทอง

กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร

ทาบทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๓

แถบ ทาบห่างจากแถบสีเขียวข้างละ ๑ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา

๐.๕ เซนติเมตร

(ค)

สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดปลายแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร

ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร

(๒)

ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๑

เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ

ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๑ เซนติเมตร

(๓)

ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ

มาตรา ๕

มาตรา ๕

เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๓.๕ เซนติเมตร

ด้านหลังจารึกอักษรย่อชื่อปริญญา

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย

กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้

(๑)

นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าซาตินสีดำ

ผ่าอกตลอดยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย

มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน

กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ

บนผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร

มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง

กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะฉลุสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร

ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง

(๒)

กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย

เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง

๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง

(๓)

อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทองกึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะฉลุสีทอง

สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง

มาตรา ๗

มาตรา ๗

สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้

(๑) สาขาวิชาการบัญชี สีฟ้าเทา

(๒) สาขาวิชาการศึกษา สีฟ้า

(๓) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว

(๔) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู

(๕) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีเขียวเข้ม

(๖) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ สีแดงเลือดนก

(๗) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง

(๘) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ

พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด

และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ

เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๑๑ เมษายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๑/๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_765bc5e2dea11e37

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com