法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

พ.ศ. ๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๑ (๒) และมาตรา ๓๕ (๒) และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

และมติ ก.ตร. ในการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

จึงออกกฎ ก.ตร.

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกฎ ก.ตร. นี้

“มีความเชี่ยวชาญในสาขา”[๒] หมายความว่า เป็นผู้มีความรู้ หรือมีประสบการณ์

หรือมีความชำนาญในสาขานั้น ๆ ตามการเสนอรายชื่อของกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง

และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)

เห็นสมควร

“ข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิเลือก” หมายความว่า

ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ

หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป มาก่อนวันเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐

(๒) (ก)

(๑)

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

ประกาศรับสมัครบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

และกำหนดวันเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้ผู้สมัครส่งใบสมัคร

ตามแบบ ก.ตร. ๑ ท้ายกฎ ก.ตร. นี้ ไปยังเลขานุการ ก.ตร. ภายในวัน เวลา ที่กำหนด

(๒)

เลขานุการ ก.ตร.

รวบรวมและตรวจสอบรายชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเลือกเรียงลำดับตามตัวอักษร ตามแบบ ก.ตร. ๒

ท้ายกฎ ก.ตร. นี้

และจัดส่งไปยังข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิเลือกก่อนวันเลือกเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

(๓)

ข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิเลือกทำเครื่องหมายกากบาท (X)

หน้าชื่อของผู้ที่ตนเลือกจำนวนไม่เกินห้าคน แล้วส่งกลับไปยังเลขานุการ ก.ตร.

ภายในวัน เวลา ที่กำหนดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเลือก ตามแบบ ก.ตร. ๒

(๔)

การตรวจนับคะแนน ให้ดำเนินการในวันเลือก

ผู้ซึ่งได้รับคะแนนมากตามลำดับลงมาจำนวนห้าคนเป็นผู้ได้รับเลือก

ในกรณีที่มีผู้รับเลือกหลายคนได้คะแนนเท่ากัน

จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกตามจำนวนที่จะพึงมีได้

ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำการจับสลากเพื่อให้ได้รับเลือกจนครบจำนวน

(๕)

ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือกจำนวนสิบคน

โดยเรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยตามแบบ ก.ตร. ๓ ท้ายกฎ ก.ตร. นี้ ทั้งนี้

หากมีผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือกหลายคนได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำกับคะแนนได้

ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ทำการจับสลากเพื่อเรียงลำดับก่อนหลังจนครบจำนวน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐

(๒) (ข)

(๑)

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ กำหนดวันเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒)

กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง

และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)

เสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติสาขาละไม่เกินหนึ่งรายชื่อ

แล้วส่งให้เลขานุการ ก.ตร. ภายในวัน เวลา ที่กำหนดในแบบ ก.ตร. ๔ ท้ายกฎ ก.ตร. นี้

ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลเดียวกันได้รับการเสนอชื่อในหลายสาขาความเชี่ยวชาญ

ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง และผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา

๓๐ (๒) (ก) ทำการเลือกให้อยู่ในสาขาใดสาขาหนึ่งเพียงสาขาเดียว

(๓)

เลขานุการ ก.ตร. จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลตาม (๒)

เรียงลำดับตามตัวอักษรในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญ ตามแบบ ก.ตร. ๕ ท้ายกฎ ก.ตร. นี้

(๔)

ในวันเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งและผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ลงคะแนนโดยทำเครื่องหมายกากบาท (X)

หน้าชื่อของผู้ที่ตนเลือกสาขาความเชี่ยวชาญละหนึ่งคน ในแบบ ก.ตร. ๕

(๕)

การตรวจนับคะแนน ให้ดำเนินการในวันเลือก ในกรณีที่ผู้รับเลือกหลายคนมีคะแนนเท่ากัน

จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียงลำดับผู้ได้รับเลือกตามจำนวนที่จะพึงมีได้ในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญ

ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำการจับสลาก

เพื่อเรียงลำดับก่อนหลังในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญจนครบจำนวน

(๖)

กรณีเฉพาะผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจ

หากได้รับเลือกเกินกว่าหนึ่งสาขาความเชี่ยวชาญ

ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดในสาขาใดสาขาหนึ่งเพียงสาขาเดียวเป็นผู้มีสิทธิได้รับเลือก

ถ้าปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนมากที่สุดเท่ากัน ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจทำการจับสลาก

เมื่อจับสลากได้รายชื่อผู้ใด

ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเลือกในสาขาความเชี่ยวชาญนั้น

ส่วนผู้ที่เคยเป็นข้าราชการตำรวจที่ไม่ได้รับเลือกในสาขาความเชี่ยวชาญอื่น

ให้เลื่อนผู้ที่ได้รับคะแนนในอันดับถัดไปซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจขึ้นมาแทน

โดยให้ถือว่าผู้ที่เลื่อนขึ้นมาแทนเป็นผู้ได้รับเลือกในสาขาความเชี่ยวชาญนั้น

ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจที่ไม่ได้รับเลือกตามวรรคแรก

ให้เรียงตามลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยไว้ในสาขาความเชี่ยวชาญนั้น ๆ

(๗)

ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือกจำนวนสาขาความเชี่ยวชาญละสามคน

โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยของในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญ ตามแบบ ก.ตร. ๖

ท้ายกฎ ก.ตร. นี้เฉพาะกรณีผู้ได้รับเลือกคนใดไม่ได้รับการแต่งตั้ง ตามข้อ ๕

(๒) ทั้งนี้

หากมีผู้ไม่ได้รับเลือกหลายคนได้คะแนนเท่ากัน ให้นำความตาม (๕) หรือ (๖)

แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(๘)

ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้มีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง

ๆ เพิ่มขึ้นตามจำนวนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ให้ดำเนินการเลือกใหม่เฉพาะในสาขาที่เพิ่มใหม่นั้น โดยให้นำความในข้อ ๔

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

รายงานผลการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) และ (ข)

ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ก่อนที่จะนำความกราบบังคมทูล

เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

หากมีกรณีผู้ได้รับเลือกคนใดไม่ได้รับการแต่งตั้งไม่ว่ากรณีใด ๆ

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

กรณีตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) ให้ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อตามข้อ ๓ (๕)

ในอันดับแรกขึ้นมาแทน และเลื่อนผู้มีชื่อในอันดับถัดไปขึ้นมาแทนตามลำดับด้วย

(๒)

กรณีตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) ให้ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อตามข้อ ๔ (๗)

ในอันดับแรกของแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญขึ้นมาแทน

เว้นแต่ในกรณีอันดับแรกเป็นผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจและมีผู้ได้รับเลือกเคยเป็นข้าราชการตำรวจในสาขาใดสาขาหนึ่งอยู่แล้ว

ให้ผู้ซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจในอันดับถัดไปขึ้นมาแทน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เลขานุการ ก.ตร.

เก็บรักษาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

และเมื่อได้มีการประกาศรายชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ทำลายได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) หรือ ๓๐

(๒) (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

กรณีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก)

ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อตามข้อ ๓ (๕) ในอันดับแรกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทน

และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

(๒)

กรณีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข)

ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง

โดยให้นำความในข้อ ๔ และข้อ ๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การดำเนินการใด ๆ

ที่เกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามกฎ ก.ตร. นี้

ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินการดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ใบสมัครรับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) แห่ง

พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ (แบบ ก.ตร. ๑)

๒.

บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) (แบบ ก.ตร. ๒)

๓.

บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ก) (แบบ ก.ตร. ๓)

๔.

รายชื่อที่ข้าพเจ้าเสนอเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๓๐ (๒)

(ข) (แบบ ก.ตร. ๔)

๕.

บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) (แบบ ก.ตร. ๕)

๖.

บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ตามมาตรา ๓๐ (๒) (ข) (แบบ ก.ตร. ๖)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

พ.ศ. ๒๕๔๗[๓]

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๑๔ ก/หน้า ๑๒/๘ เมษายน ๒๕๔๗

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ นิยามคำว่า “มีความเชี่ยวชาญในสาขา” แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

พ.ศ. ๒๕๔๗

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๙ ก/หน้า ๑/๕ กรกฎาคม ๒๕๔๗

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_766077897deb849b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com