ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการรายใดจัดทำข้อเสนอบริการขายต่อบริการ เพื่อใช้ในการเจรจาสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ ให้นำหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดเกี่ยวกับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการและผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการจะต้องเจรจาเกี่ยวกับสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์ขอเช่าอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงข่ายโทรคมนาคม หรือขอซื้อบริการโทรคมนาคมจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการ
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ ๑๐ คู่กรณีมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด โดยยื่นคำร้องเป็นหนังสือ พร้อมรายละเอียดข้อเท็จจริง และหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๐ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทตามประกาศคณะกรรมการ ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาก็ได้
ในระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทตามวรรคหนึ่ง หากมีความจำเป็น หรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการ คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการจัดให้มีการขายส่งบริการแก่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการไปพลางก่อน ภายใต้เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการมีหน้าที่ต้องจัดให้มีและให้ข้อมูลที่จำเป็นอย่างถูกต้องและเพียงพอแก่ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการ ภายในสิบห้าวันนับแต่เริ่มต้นการเจรจาสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริการขายต่อบริการ
เมื่อได้รับการร้องขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติมสำหรับการขายส่งบริการจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการรายนั้นมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลดังกล่าวภายในสิบห้าวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
การให้ข้อมูลตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจากผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการ หรืออาจกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการมีมาตรการเก็บรักษาความลับได้เท่าที่จำเป็น และสมเหตุสมผลอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทางธุรกิจก็ได้
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการและผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการจะต้องใช้ข้อมูลที่ได้จากการเจรจาสัญญาหรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ เพื่อประโยชน์ในการขายส่งบริการเท่านั้น และต้องไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้เกิดความได้เปรียบอันจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตหรือคณะกรรมการประกาศกำหนด
ข้อ ๑๔ สัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ อย่างน้อยจะต้องมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคู่สัญญาที่ชัดเจนและเป็นธรรม
(๒) เทคนิคหรือสาระที่สำคัญเกี่ยวกับโครงข่ายหรือบริการโทรคมนาคมที่จะใช้ในการประกอบกิจการ
(๓) ค่าตอบแทนการขายส่งบริการ
(๔) มาตรฐานและคุณภาพการขายส่งบริการ
(๕) การใช้ การเก็บรักษา หรือมาตรการคุ้มครองข้อมูลในการให้และรับการขายส่งบริการที่เป็นธรรม
(๖) ข้อกำหนดอันมีลักษณะไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ แบ่งแยก กีดกัน หรือไม่เป็นธรรมแก่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
(๗) ข้อกำหนดอันมีลักษณะไม่เป็นการบังคับโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมอย่างไม่เป็นธรรมให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องจำกัดการบริการ หรือต้องจำกัดโอกาสในการเลือกการได้ การให้หรือการรับบริการจากบุคคลอื่น
(๘) ข้อกำหนดอันไม่เป็นการผูกขาด ลดหรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบกิจการของคู่สัญญา หรือบุคคลภายนอก
ทั้งนี้ คู่สัญญาจะกำหนดระยะเวลาการขายส่งบริการเกินอายุใบอนุญาตที่เหลืออยู่ของผู้ประกอบกิจการประเภทขายส่งบริการมิได้
ข้อ ๑๕ ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการจัดส่งสำเนาสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการให้แก่คณะกรรมการภายในสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญาได้ลงนามในสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๔ หรือขัดต่อกฎหมาย คณะกรรมการอาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการต้องเปิดเผยสัญญาและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการเป็นการทั่วไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๘ การยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการขายส่งบริการ หรือระงับการขายส่งบริการ หรือลดคุณภาพของการขายส่งบริการ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน พร้อมเหตุผลและหลักฐานประกอบ
เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการใด ๆ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการ หรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายต่อบริการต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมขายส่งบริการ
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).