พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย
และประโยชน์ตอบแทนอื่น
ในการดำเนินงานของประธานสภา
รองประธานสภา
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง
กรรมการสรรหา
และกรรมการ
ในสภาพัฒนาการเมือง
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเบี้ยประชุม
ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหาและกรรมการ ในสภาพัฒนาการเมือง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง
พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย
พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุม
ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการ ในสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
รองประธานสภา หมายความว่า
รองประธานสภาพัฒนาการเมือง
กรรมการสรรหา หมายความว่า
กรรมการสรรหาสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง
มาตรา ๔ ให้ประธานสภา รองประธานสภา
และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองได้รับเบี้ยประชุมเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเฉพาะในเดือนที่มีการประชุมและมาประชุมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนนั้น
ดังต่อไปนี้
(๑)
ประธานสภา เดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท
(๒)
รองประธานสภา เดือนละหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
(๓)
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท
(๔)
เลขานุการ เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท
มาตรา ๕ ให้กรรมการสรรหาได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง
ดังต่อไปนี้
(๑)
ประธานกรรมการสรรหา ครั้งละสองพันห้าร้อยบาท
(๒)
กรรมการสรรหา ครั้งละสองพันบาท
(๓)
เลขานุการ ครั้งละสองพันบาท
มาตรา ๖ ให้กรรมการตามมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง
ดังต่อไปนี้
(๑)
ประธานกรรมการ ครั้งละสองพันห้าร้อยบาท
(๒)
รองประธานกรรมการ ครั้งละสองพันบาท
(๓)
กรรมการ ครั้งละสองพันบาท
(๔)
เลขานุการ ครั้งละสองพันบาท
มาตรา ๗ ให้กรรมการบริหารสำนักงาน
กรรมการอิสระติดตามและประเมินผลและกรรมการบริหารกองทุนได้รับเบี้ยประชุมเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเฉพาะในเดือนที่มีการประชุมและมาประชุมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนนั้น
ดังต่อไปนี้
(๑)
ประธานกรรมการ เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท
(๒)
รองประธานกรรมการ เดือนละหนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาท
(๓)
กรรมการ เดือนละเก้าพันบาท
(๔)
เลขานุการ เดือนละเก้าพันบาท
มาตรา ๘ ให้ประธานสภา รองประธานสภา
และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามที่จ่ายจริงในอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกินสองหมื่นบาทต่อปี
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้
การประกันสุขภาพ
ให้หมายถึงการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทางด้านการเงินเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ สำหรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลหรือคลินิก หรือเข้ารับการผ่าตัดโดยแพทย์
ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
ในกรณีที่ประธานสภา
รองประธานสภา
และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมีสิทธิหรือได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพจากหน่วยงานอื่นแล้ว
บุคคลนั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามพระราชกฤษฎีกานี้
เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่ได้รับนั้นต่ำกว่าค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่มีสิทธิได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้
ให้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่
มาตรา ๙ ให้ประธานสภา รองประธานสภา
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหาหรือกรรมการตามมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑
ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานสภาพัฒนาการเมืองกำหนด
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้
การเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้หมายถึงการเดินทางไปปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่หรือตามที่สภาพัฒนาการเมืองมอบหมายไม่ว่าภายในประเทศหรือต่างประเทศ
มาตรา ๑๐ ให้ประธานสภา รองประธานสภา
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา กรรมการตามมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ กรรมการบริหารสำนักงาน กรรมการอิสระติดตามและประเมินผล
และกรรมการบริหารกองทุน
ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย
และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๑๑ ให้ประธานรัฐสภาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง
พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา
และกรรมการได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย
และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และมาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย
พ.ศ. ๒๕๑๘
บัญญัติให้การจ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายในประเภทค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและเบี้ยประชุมกรรมการ
ให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว
สมควรกำหนดเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา
รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการในสภาพัฒนาการเมือง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๘ มิถุนายน ๒๕๕๒
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๒๖/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๑/๔ มิถุนายน ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).