我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกา เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2547

子法規・公布 2004-08-03・全 12 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกา เบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่น ในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการ ในสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหาและกรรมการ ในสภาพัฒนาการเมือง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการ ในสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “รองประธานสภา” หมายความว่า รองประธานสภาพัฒนาการเมือง “กรรมการสรรหา” หมายความว่า กรรมการสรรหาสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ประธานสภา รองประธานสภา และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองได้รับเบี้ยประชุมเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเฉพาะในเดือนที่มีการประชุมและมาประชุมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนนั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานสภา เดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท (๒) รองประธานสภา เดือนละหนึ่งหมื่นสี่พันบาท (๓) สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท (๔) เลขานุการ เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้กรรมการสรรหาได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานกรรมการสรรหา ครั้งละสองพันห้าร้อยบาท (๒) กรรมการสรรหา ครั้งละสองพันบาท (๓) เลขานุการ ครั้งละสองพันบาท

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้กรรมการตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานกรรมการ ครั้งละสองพันห้าร้อยบาท (๒) รองประธานกรรมการ ครั้งละสองพันบาท (๓) กรรมการ ครั้งละสองพันบาท (๔) เลขานุการ ครั้งละสองพันบาท

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้กรรมการบริหารสำนักงาน กรรมการอิสระติดตามและประเมินผลและกรรมการบริหารกองทุนได้รับเบี้ยประชุมเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเฉพาะในเดือนที่มีการประชุมและมาประชุมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนนั้น ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานกรรมการ เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท (๒) รองประธานกรรมการ เดือนละหนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาท (๓) กรรมการ เดือนละเก้าพันบาท (๔) เลขานุการ เดือนละเก้าพันบาท

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ประธานสภา รองประธานสภา และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามที่จ่ายจริงในอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกินสองหมื่นบาทต่อปี เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้ “การประกันสุขภาพ” ให้หมายถึงการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทางด้านการเงินเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำหรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลหรือคลินิก หรือเข้ารับการผ่าตัดโดยแพทย์ ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ ในกรณีที่ประธานสภา รองประธานสภา และสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมีสิทธิหรือได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพจากหน่วยงานอื่นแล้ว บุคคลนั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่ได้รับนั้นต่ำกว่าค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่มีสิทธิได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหาหรือกรรมการตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานสภาพัฒนาการเมืองกำหนด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้ “การเดินทางไปปฏิบัติงาน” ให้หมายถึงการเดินทางไปปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่หรือตามที่สภาพัฒนาการเมืองมอบหมายไม่ว่าภายในประเทศหรือต่างประเทศ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา กรรมการตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ กรรมการบริหารสำนักงาน กรรมการอิสระติดตามและประเมินผล และกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ประธานรัฐสภาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการได้รับเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้การจ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายในประเภทค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและเบี้ยประชุมกรรมการ ให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว สมควรกำหนดเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ตอบแทนอื่นในการดำเนินงานของประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง กรรมการสรรหา และกรรมการในสภาพัฒนาการเมือง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๒ จุฑามาศ/ปรับปรุง ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๑/๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查