มาตรา ๕๑
ทรัสต์ย่อมสิ้นสุดลงตามที่กำหนดในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ และในกรณีดังต่อไปนี้
(๑)
เมื่อได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของสัญญาก่อตั้งทรัสต์ครบถ้วนแล้ว
(๒)
เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เลิกทรัสต์ตามเหตุในมาตรา ๒๙
หรือเหตุอื่นตามที่ทรัสตีหรือผู้รับประโยชน์ร้องขอ
(๓)
เมื่อปรากฏว่าเหลือทรัสตีเป็นผู้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
(๔)
เมื่อปรากฏเหตุที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทรัสตีตามมาตรา ๒๒ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)
แต่สัญญาก่อตั้งทรัสต์กำหนดไว้มิให้มีการเปลี่ยนแปลงทรัสตี
มาตรา ๕๒
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๙ เมื่อทรัสต์สิ้นสุดลง
ให้ทรัสตีทำหน้าที่ต่อไปเพื่อรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สินให้เป็นไปตามมาตรา
๕๓ เว้นแต่เป็นกรณีที่ทรัสต์สิ้นสุดลงเนื่องจากทรัสตีเลิกกิจการ ชำระบัญชี
หรือล้มละลาย ให้ผู้ชำระบัญชี หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี
เป็นผู้รวบรวม จำหน่าย หรือจัดสรรทรัพย์สินจนเสร็จสิ้น
มาตรา ๕๓
การชำระสะสางหนี้สินและค่าใช้จ่ายเมื่อทรัสต์สิ้นสุดลง
ให้เป็นไปตามลำดับดังต่อไปนี้
(๑)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรวบรวม จำหน่าย และจัดสรรทรัพย์สิน
(๒)
ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากรที่ต้องชำระและที่ค้างชำระ
(๓)
ค่าตอบแทนของบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๕๒ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีของผู้รับประโยชน์ตามมาตรา
๔๔ วรรคสาม มาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๔๖
และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องมาจากการจัดการกองทรัสต์ที่ทรัสตีมีสิทธิเรียกเอาจากกองทรัสต์ได้โดยชอบ
และค่าตอบแทนทรัสตี
(๔)
หนี้อย่างอื่น
ในกรณีที่กองทรัสต์มีไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้เป็นค่าใช้จ่ายหรือชำระหนี้ในลำดับใด
ให้จัดสรรให้เป็นค่าใช้จ่ายหรือชำระหนี้ในลำดับนั้นโดยวิธีการเฉลี่ยตามสัดส่วนของมูลหนี้
เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายและชำระหนี้ตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากกองทรัสต์มีทรัพย์สินคงเหลือ
ให้จัดสรรให้แก่บุคคลตามที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อตั้งทรัสต์ ในกรณีที่สัญญาก่อตั้งทรัสต์มิได้กำหนดไว้
ให้บรรดาทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆ ที่คงเหลือตกแก่ผู้รับประโยชน์
ให้นำความในมาตรา
๔๒ มาใช้บังคับกับการนำกองทรัสต์มาชำระหนี้ให้กับทรัสตีตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
ในการรวบรวม
จำหน่าย หรือจัดสรรทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง สำนักงาน ก.ล.ต. อาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์
เงื่อนไข และวิธีการให้ปฏิบัติก็ได้
การกำกับดูแลทรัสตี
การอนุญาต