法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน

เพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ (๕) และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ก.พ.

โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จึงออกกฎ ก.พ. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

เป็นผู้พิจารณากำหนดจำนวนอนุกรรมการตามมาตรา ๑๕ (๑) และ (๒) มาตรา ๑๗ (๑) และ (๒)

และมาตรา ๑๙ (๑) และ (๒) โดยให้มีจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑)

และมาตรา ๑๙ (๑) ไม่น้อยกว่าสองคน แต่ไม่เกินสามคน

จำนวนข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตามมาตรา ๑๕ (๒) ไม่น้อยกว่าสามคน

แต่ไม่เกินห้าคน และจำนวนข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตามมาตรา ๑๗ (๒) และมาตรา

๑๙ (๒) ไม่น้อยกว่าสามคน แต่ไม่เกินหกคน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การเลือกข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๕ (๒) มาตรา ๑๗

(๒) หรือมาตรา ๑๙ (๒) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม

หรือ อ.ก.พ. จังหวัด ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ส่วนราชการที่มี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

จัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๕ (๒) มาตรา ๑๗

(๒) หรือมาตรา ๑๙ (๒) โดยหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ

จะมอบให้ส่วนราชการใดในสังกัดเป็นผู้จัดทำก็ได้

แล้วส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้น ๆ ทราบ

(๒)

ในกรณีที่ส่วนราชการที่มี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

มีชื่อข้าราชการพลเรือนผู้มีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด ไม่เกินจำนวนที่อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ กำหนดตามข้อ ๑ ให้ผู้มีชื่อดังกล่าวเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัดต่อไป

(๓)

ในกรณีที่ส่วนราชการที่มี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

มีชื่อข้าราชการพลเรือนผู้มีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด เกินกว่าจำนวนที่อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ กำหนดตามข้อ ๑

ให้ส่วนราชการจัดให้มีการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก)

นัดให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ ตามวัน เวลา

และสถานที่ที่กำหนดแล้วแจกบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้

ซึ่งลงลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเลือกข้าราชการพลเรือนจากบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนในข้อ ๑

พร้อมลงลายมือชื่อของผู้เลือกในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนแล้วหย่อนบัตรดังกล่าวลงในหีบบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่ส่วนราชการนั้น

ๆ จัดไว้ให้ ภายในเวลาที่ส่วนราชการนั้น ๆ กำหนด หรือ

(ข)

ส่งบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้

ซึ่งลงลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการแล้ว

ไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเพื่อเลือกข้าราชการพลเรือนจากบัญชีรายชื่อนั้น

เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนในข้อ ๑

พร้อมลงลายมือชื่อของผู้เลือกในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

แล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกกลับคืนไปยังส่วนราชการภายในวันที่ส่วนราชการนั้น

ๆ กำหนด ทั้งนี้

ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนส่วนราชการโดยตรง

ให้ถือวันที่ส่วนราชการได้รับบัตรเป็นวันส่งคืน

ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียนเป็นวันส่งคืน

ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ไม่ลงทะเบียน

ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่งคืน

(๔)

ให้ส่วนราชการรวบรวมบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตาม (๓) (ก) หรือ (ข) แล้วแต่กรณี

เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ

หรือผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ

จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน เป็นผู้ตรวจนับคะแนน

(๕)

การตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการตรวจนับคะแนน ให้กระทำโดยเปิดเผย

และต้องมีกรรมการอยู่พร้อมกันไม่น้อยกว่าสามคน

เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนจัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ

พร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกด้วย

ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน

ให้หัวหน้าส่วนราชการจับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้าคณะกรรมการตรวจนับคะแนนเพื่อเรียงลำดับที่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว

โดยมีกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อรับรอง

แล้วให้หัวหน้าส่วนราชการประกาศรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือก โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย

ณ ส่วนราชการนั้น ๆ

(๖)

ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกเป็นเวลาหนึ่งปี

(๗)

ให้ข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตามบัญชีรายชื่อใน (๖)

ที่ได้คะแนนสูงตามลำดับและมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือก เพื่อเสนอประธาน อ.ก.พ.

แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ต่อไป แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนดในข้อ ๑

(๘)

ในกรณีที่อนุกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตาม (๗) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ

และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ประธาน อ.ก.พ.

แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนจากบัญชีรายชื่อตาม (๖) ที่ได้คะแนนสูงตามลำดับ

และมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ

แทนต่อไป

แต่หากไม่มีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวแล้ว

หรือบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกครบกำหนดหนึ่งปีตาม (๖) แล้ว

ให้ดำเนินการเลือกใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๑) ถึง (๗) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย ตามมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) หรือมาตรา

๑๙ (๑) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ.

จังหวัด ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้มีคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง ประกอบด้วย ประธาน

อ.ก.พ. กระทรวง เป็นประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน อ.ก.พ. กระทรวง

และข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวงตามข้อ ๒

เป็นกรรมการ

ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของกระทรวงเป็นเลขานุการ

(๒)

ให้มีคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กรม ประกอบด้วย ประธาน

อ.ก.พ. กรม เป็นประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่ง ใน อ.ก.พ. กรม

และข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. กรม ตามข้อ ๒

เป็นกรรมการ

ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมเป็นเลขานุการ

(๓)

ให้มีคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. จังหวัด ประกอบด้วย ประธาน

อ.ก.พ. จังหวัด เป็นประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่ง ใน อ.ก.พ. จังหวัด

และข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. จังหวัดตามข้อ ๒

เป็นกรรมการ

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของจังหวัดเป็นเลขานุการ

(๔)

กรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

แต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล

ด้านการบริหารและการจัดการ และด้านกฎหมาย ไปยังเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิของ

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ภายในระยะเวลาที่ส่วนราชการกำหนด

โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้านก็ได้

(๕)

ให้เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม

หรือ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเสนอชื่อตาม

(๔) รวมกับบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกได้สรรหาไว้ส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งประวัติและผลงานโดยย่อ

แยกเป็นรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน ซึ่งแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้

ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ การไม่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.พ.

และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) หรือมาตรา ๑๙ (๑) ในกรณีที่ผู้ใดได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน

ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน แล้วเสนอบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา

(๖)

ให้คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ

อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (๕) โดยพิจารณาเลือกผู้มีความรู้

ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์สูง

มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับของบุคคลในด้านนั้น ๆ

และเป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง

ทั้งนี้

ให้คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือก พิจารณาเลือกผู้ทรงคุณวุฒิได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ ๑

โดยจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิครบในทุก ๆ ด้าน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสองด้านก็ได้

แล้วนำรายชื่อเสนอประธาน อ.ก.พ. สามัญเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี

และการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ทรงคุณวุฒิก่อน

(๗)

ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อแล้ว

ได้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ครบจำนวนหรือไม่ครบด้าน ให้คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกแต่ละคน

เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิไปยังเลขานุการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มีการพิจารณาใหม่ ทั้งนี้ เฉพาะจำนวนที่ไม่ครบหรือด้านที่ไม่ครบ

โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๔) ถึง (๖) มาใช้บังคับ

(๘)

ในกรณีที่อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านใดใน อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด

พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นใหม่

โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๑) ถึง (๖) มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ส่วนราชการนำรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๒

และรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการสรรหาตามข้อ ๓ เสนอประธาน อ.ก.พ. กระทรวง

อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด เพื่อแต่งตั้งต่อไป

อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ.

สามัญผู้ใดที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน

ก.พ. ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญ[๓]

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อนุกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้อนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการใหม่[๔]

ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน

อ.ก.พ. สามัญ ดำรงตำแหน่งตามวาระติดต่อกันในคณะเดิมได้ไม่เกินสองวาระ

และให้ดำรงตำแหน่งในเวลาเดียวกันได้ไม่เกินจำนวนสามคณะ[๕]

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ

พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ ภายในหกสิบวัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ

พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งอนุกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายในสามสิบวันตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ

๒ หรือข้อ ๓ โดยอนุโลม

อนุกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่วาระของอนุกรรมการดังกล่าวเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งอนุกรรมการแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่กระทรวง กรม หรือจังหวัดใด ไม่อาจมีจำนวนอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

กระทรวง อ.ก.พ. กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด ตามที่กำหนดในข้อ ๑ ได้ ให้กระทรวง กรม

หรือจังหวัด นั้น ๆ เสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาอนุมัติให้กำหนดจำนวนอนุกรรมการเป็นกรณีพิเศษ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

บัตรเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ ท้ายกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. ๒๕๕๒

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๑

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม และ อ.ก.พ. จังหวัด ตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๙

วาระการดำรงตำแหน่ง และจำนวนขั้นต่ำของอนุกรรมการดังกล่าว

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ

ก.พ. นี้

กฎ

ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖[๖]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ

เนื่องจากการสรรหาและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ

สมควรให้อนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

กฎ

ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙[๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในวาระเริ่มแรก

ให้วาระการดำรงตำแหน่งของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่กฎ

ก.พ. นี้ใช้บังคับสิ้นสุดลง และให้ดำเนินการสรรหาอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ.

สามัญ ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.พ. นี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎ

ก.พ. นี้ใช้บังคับ ในระหว่างระยะเวลาสรรหาอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ให้อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อน

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ

โดยที่หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ. สามัญตามกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. ๒๕๕๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มีความซับซ้อนและมีกระบวนการที่ต้องใช้เวลาดำเนินการ ประกอบกับผู้ทรงคุณวุฒิใน

อ.ก.พ. สามัญ หลายท่านเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. หลายคณะ ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

นุสรา/ปรับปรุง

๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๖๔/๘ เมษายน ๒๕๕๒

[๒] ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙

[๓] ข้อ ๔ วรรคสอง

เพิ่มโดยกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙

[๔] ข้อ ๕ วรรคสอง เพิ่มโดยกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๕] ข้อ ๕ วรรคสาม

เพิ่มโดยกฎ ก.พ.

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๔/๑๗ มกราคม ๒๕๕๖

[๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑/๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_780fd1ca2e92620f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com