法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุน พ.ศ. 2563

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุน

พ.ศ. ๒๕๖๓[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง และมาตรา ๖๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามปกติของภาคเอกชนในประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออก ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนด้วยการซื้อหุ้น ให้คำนวณจากส่วนต่างระหว่างมูลค่าหุ้นที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนกับมูลค่าหุ้นในตลาดของกิจการที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนนั้นในช่วงระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน

(๒) กรณีที่ไม่มีมูลค่าหุ้นในตลาดของกิจการที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนตาม (๑) มูลค่าการเข้าร่วมลงทุนของรัฐบาลบางส่วนหรือทั้งหมด แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเป็นเงินให้เปล่าจากรัฐบาล และให้คำนวณตามข้อ ๖

(๓) กรณีที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบอื่นและการคำนวณประโยชน์ที่ได้รับให้เป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

การพิจารณาว่าการเข้าร่วมลงทุนมีลักษณะที่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามปกติของภาคเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาจากข้อมูลในช่วงเวลาที่รัฐบาลเข้าร่วมลงทุนว่าเป็นการลงทุนที่รัฐบาลมีโอกาสได้รับผลตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยคำนึงถึงปัจจัยอื่นซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนประกอบด้วย เช่น ผลการศึกษาการลงทุน หรือผลตอบแทนการลงทุนในภาพรวม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราการกู้ยืมทางพาณิชย์ ให้คำนวณจากส่วนต่างระหว่างจำนวนดอกเบี้ยที่ผู้กู้ชำระให้รัฐบาลกับจำนวนดอกเบี้ยที่ผู้กู้รายเดียวกันต้องชำระหากเป็นการกู้ยืมทางพาณิชย์ โดยการกู้ยืมทางพาณิชย์ที่นำมาเปรียบเทียบนั้น ต้องเป็นการเปรียบเทียบในจำนวนเงินและระยะเวลาการผ่อนชำระที่ใกล้เคียงกับที่ผู้กู้รายนั้นเคยได้รับจากสถาบันการเงินในประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออก

หากไม่สามารถหาอัตราดอกเบี้ยที่จะนำมาเปรียบเทียบได้ตามวรรคหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้ในการคำนวณประโยชน์ที่ได้รับ ให้ใช้ข้อมูลอย่างหนึ่งอย่างใดมาเปรียบเทียบโดยลำดับ ดังนี้

(๑) การกู้ยืมของเอกชนรายอื่นในสถานการณ์ทางการเงินที่ใกล้เคียงกัน

(๒) ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจซึ่งพิจารณาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะที่รัฐบาลให้กู้ยืมและสถานะของผู้กู้ในขณะนั้น

การกู้ยืมที่ไม่มีการชำระคืนเงินต้น หรือการกู้ยืมที่ได้รับการยกหนี้ให้บางส่วน หรือทั้งหมด ให้ถือว่าจำนวนเงินกู้ยืมที่ไม่มีการชำระคืนหรือได้รับการยกหนี้ให้ดังกล่าวเป็นเงินให้เปล่าจากรัฐบาลนับตั้งแต่วันที่ไม่มีการชำระหนี้ และให้คำนวณตามข้อ ๖

การที่รัฐบาลผ่อนผันการชำระภาษี เงินช่วยเหลือที่ต้องชำระคืน หรือกรณีอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ให้ถือว่าเป็นการกู้ยืมจากรัฐบาลโดยปราศจากดอกเบี้ย และให้คำนวณตามจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตามอัตราในการกู้ยืมทางพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ เช่น การค้ำประกันเงินกู้ การค้ำประกันสินเชื่อเพื่อการซื้อขาย หรือการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออก ซึ่งมีผลทำให้ผู้กู้มีค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมต่ำกว่าในกรณีที่ไม่มีการค้ำประกันเงินกู้โดยรัฐบาล หรือมีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินกู้ที่ไม่ครอบคลุมต้นทุนและกำไรที่เหมาะสมในทางพาณิชย์ ให้คำนวณจากส่วนต่างของจำนวนค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นการค้ำประกันเงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ให้พิจารณาจากจำนวนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินกู้ที่ผู้กู้ตามโครงการค้ำประกันเงินกู้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะต้องชำระ หากต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินกู้ของเอกชนรายอื่นตามโครงการค้ำประกันเงินกู้ทั่วไปในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ให้นำการคำนวณประโยชน์ที่ได้รับตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลให้สินค้าหรือบริการโดยได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่าอัตราที่สมควรตามสภาพทางการตลาดที่เป็นอยู่ในประเทศที่รัฐบาลให้สินค้าหรือบริการนั้น ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) หากผู้ได้รับการอุดหนุนได้ซื้อสินค้าหรือบริการชนิดเดียวกับสินค้าหรือบริการที่รัฐบาลให้จากเอกชนรายอื่น ให้คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าหรือบริการที่จ่ายให้แก่รัฐบาลกับราคาสินค้าหรือบริการที่ต่ำที่สุดที่จ่ายให้แก่เอกชนรายดังกล่าว

(๒) หากไม่มีสินค้าหรือบริการที่นำมาเปรียบเทียบได้ตาม (๑) ให้เปรียบเทียบโดยใช้ราคาที่ต่ำที่สุดของสินค้าหรือบริการในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

หากรัฐบาลเป็นผู้ค้ารายเดียว ให้พิจารณาว่าอัตราค่าตอบแทนที่รัฐบาลได้รับเป็นอัตราที่ไม่สมควรตามสภาพทางการตลาดที่เป็นอยู่ในประเทศที่รัฐบาลให้สินค้าหรือบริการนั้น เมื่อมีการให้สินค้าหรือบริการในราคาพิเศษที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกับเอกชนบางราย ในกรณีนี้ ให้คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาพิเศษดังกล่าวกับราคาปกติของสินค้าหรือบริการที่จ่ายโดยเอกชนรายอื่น ในกรณีที่ราคาปกติของสินค้าหรือบริการดังกล่าวไม่ครอบคลุมต้นทุนและกำไรที่เหมาะสม ให้ใช้ราคาของสินค้าหรือบริการที่ครอบคลุมต้นทุนและกำไรที่เหมาะสมมาเปรียบเทียบ

การเปรียบเทียบราคาตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงเงื่อนไขทางการค้าที่สามารถเปรียบเทียบกันได้

การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คำนวณเฉพาะกับสินค้าหรือบริการที่นำไปใช้โดยตรงในการผลิตหรือการจำหน่ายสินค้าชนิดเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลซื้อสินค้าโดยให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าอัตราที่สมควรตามสภาพทางการตลาดที่เป็นอยู่ในประเทศที่มีการขายสินค้านั้น ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) หากมีเอกชนรายอื่นซื้อสินค้าชนิดเดียวกับที่รัฐบาลซื้อ ให้คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาที่รัฐบาลซื้อกับราคาสูงสุดที่มีการเสนอซื้อในตลาดของสินค้านั้น

(๒) หากไม่สามารถเปรียบเทียบราคาขายสินค้าให้แก่เอกชนรายอื่นตาม (๑) ได้ หรือไม่สามารถหาข้อมูลมาเปรียบเทียบได้ ให้พิจารณาราคาสินค้าจากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

(๓) หากรัฐบาลเป็นผู้ซื้อรายเดียว ให้คำนวณจากส่วนต่างของราคาที่รัฐบาลซื้อกับต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการอุดหนุน รวมกับกำไรที่เหมาะสม

การเปรียบเทียบราคาตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงเงื่อนไขทางการค้าที่สามารถเปรียบเทียบกันได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลให้การสนับสนุนโดยตรงในรูปแบบของเงินให้เปล่าหรือเทียบเท่าเงินให้เปล่า หรือไม่เรียกเก็บรายได้ที่ควรจะได้ ไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดด้วยการลดหย่อนหรือการยกเว้น เช่น การลดหรือยกเว้นภาษี การเร่งรัดให้มีการหักค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในการนำไปหักกับรายได้ของบริษัทในการชำระภาษีเงินได้ หรือการอุดหนุนอัตราดอกเบี้ย ให้คำนวณจากจำนวนเงินที่รัฐให้เปล่าหรือเทียบเท่าเงินให้เปล่า หรือมูลค่าที่ได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นดังกล่าว โดยรวมดอกเบี้ยเชิงพาณิชย์ของเงินจำนวนดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับในกรณีที่รัฐบาลปลดหนี้ให้แก่ผู้ได้รับการอุดหนุน ให้คำนวณจากมูลค่าหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้ รวมทั้งดอกเบี้ยค้างจ่าย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุนตามกฎกระทรวงนี้ ให้คำนวณเฉพาะช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการอุดหนุน หากเป็นการอุดหนุนที่ทำให้เกิดประโยชน์ที่มีผลต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามสัดส่วนของประโยชน์ที่ได้รับเฉพาะในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงมูลค่าประโยชน์ที่ได้รับจริงโดยรวมดอกเบี้ยเชิงพาณิชย์

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้การคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ชญานิศ/จัดทำ

๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๖๔ ก/หน้า ๑๑/๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการคำนวณประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุน พ.ศ. 2563 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78114dc3069ac2c9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com