พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ศาลแขวงสุราษฎร์ธานีในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
มีเขตอำนาจในอำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอดอนสัก อำเภอบ้านตาขุน
อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอพนม อำเภอพุนพิน และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
มาตรา ๔ บรรดาคดีในเขตอำนาจของศาลจังหวัดเวียงสระ
ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงสุราษฎร์ธานีในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
มาตรา ๕ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากเมื่อได้มีการเปิดทำการศาลจังหวัดเวียงสระแล้ว ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
และศาลจังหวัดเวียงสระจะมีเขตอำนาจซ้อนกันในบางท้องที่ คือ อำเภอเคียนซา
อำเภอชัยบุรี อำเภอบ้านนาสาร อำเภอพระแสง และอำเภอเวียงสระ
ประกอบกับในปัจจุบันได้มีการแยกอำเภอบ้านนาสารเป็นอำเภอบ้านนาเดิมเพิ่มขึ้นในเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
สมควรตัดท้องที่ที่ทับซ้อนกันออกจากเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
เพื่อให้คดีที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอเคียนซา อำเภอชัยบุรี อำเภอบ้านนาสาร
อำเภอพระแสง
และอำเภอเวียงสระอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเวียงสระเพียงแห่งเดียวและเพิ่มท้องที่อำเภอบ้านนาเดิมในเขตอำนาจศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในเรื่องเขตอำนาจศาลและได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑ เมษายน ๒๕๕๖
ชาญ/ผู้ตรวจ
๑๗ เมษายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๒๖/๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).