พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลบางกุ้ง
ตำบลตลาด ตำบลมะขามเตี้ย และ
ตำบลขุนทะเล
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษราษฎร์ธานี
พ.ศ. ๒๕๒๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๒๑
เป็นปีที่ ๓๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบางกุ้ง
ตำบลตลาด ตำบลมะขามเตี้ย
และตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ภูมิประเทศที่งดงามและสภาพแวดล้อม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๒๕ แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๒๐ และมาตรา ๑๔
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม
ในท้องที่ตำบลบางกุ้ง ตำบลตลาด ตำบลมะขามเตี้ย และตำบลขุนทะเล
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
พระราชกฤษฎีกานี้ให้มีอายุห้าปี
มาตรา ๔
ให้ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองเป็นเจ้าพนักงานการผังตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๕
เขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่ตำบลบางกุ้ง ตำบลตลาด ตำบลมะขามเตี้ย และตำบลขุนทะเล
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบางกุ้ง
ตำบลตลาด ตำบลมะขามเตี้ย และตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๒๑
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จึงเป็นการสมควรที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม
โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และภูมิประเทศที่งดงามหรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ
ดังนั้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปทำการสำรวจที่ดินเพื่อดำเนินการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
นันติญา/พิมพ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐
ฐิติพงษ์/ตรวจ
๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๐
วิภา/ปรับปรุง
๑๕
กรกฎาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๘๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๒/๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).