我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2549) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ส่วนที่ ๔

ข้อ ๕๖–ข้อ ๗๖共 21 條

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากความดันใช้งานสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) เหล็กและเหล็กโครงสร้างที่นำมาใช้สร้างถังต้องได้รับการรับรองว่าได้มาตรฐานสากล (๓) แผ่นเหล็กผนังถังต้องมีค่าความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) ไม่น้อยกว่า 145 N/mm2 ความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า 206 N/mm2 และมีค่าความยืด (elongation) ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบสอง (๔) ค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการออกแบบ ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่ง แต่ถ้าค่าความถ่วงจำเพาะมากกว่าหนึ่งจะต้องใช้ค่าความถ่วงจำเพาะที่แท้จริงในการคำนวณออกแบบ (๕) ต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดความดันหรือสุญญากาศในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย (๖) ต้องติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยในระยะห่างไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ เมตร จากระดับสูงสุดของผนังถัง

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ฐานรองรับถังต้องมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวถังและน้ำหนักบรรทุกในอัตราสูงสุดรวมทั้งน้ำหนักอื่น ๆ ที่กระทำต่อตัวถังนั้นได้โดยปลอดภัย (๒) ถังที่มีปริมาณความจุตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป ต้องแสดงผลสำรวจคุณสมบัติของดินในบริเวณที่ก่อสร้างถังไม่น้อยกว่าหนึ่งจุดเพื่อประกอบการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงของฐานรากรองรับถัง (๓) ต้องแสดงข้อมูลทางวิศวกรรมให้สามารถตรวจสอบได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายต่อถัง ในกรณีที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าหรือออกจากถัง หรือมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในถัง (๔) ท่อระบายอากาศของถังต้องออกแบบให้มีความดันไม่เกิน ๗.๕ มิลลิบาร์ และความดันสุญญากาศไม่เกิน ๒.๕ มิลลิบาร์

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ต้องระบุประเภทหรือชนิดของผลิตภัณฑ์ของน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณความจุของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับอนุญาต มีขนาดที่เห็นได้ชัดเจนและอ่านได้ง่ายในระยะ ๒๕.๐๐ เมตร ไว้ด้านข้างของผนังถังด้านนอกอย่างน้อยหนึ่งด้าน

ข้อ ๕๙

ข้อ ๕๙ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ผนังถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความหนาตามค่าที่ได้จากการคำนวณออกแบบให้รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการกัดกร่อน และต้องไม่น้อยกว่าความหนาต่ำสุดตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๓ ตารางที่ ๑๓ ความหนาต่ำสุดของเหล็กผนังถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร) ความหนาต่ำสุด น้อยกว่า ๑๕.๐๐ ๑๕.๐๐ - ๓๖.๐๐ ๕.๐๐ มิลลิเมตร (๓ ส่วน ๑๖ นิ้ว) ๖.๐๐ มิลลิเมตร (๑ ส่วน ๔ นิ้ว) (๒) การเชื่อมแผ่นเหล็กผนังถังต้องเชื่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย การเชื่อมต่อท่อต่าง ๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒ นิ้ว ผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังและต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๒ เท่าของพื้นที่ช่องท่อ (๓) แผ่นเหล็กพื้นถังต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ มิลลิเมตร สำหรับถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๑๒.๕๐ เมตร จะต้องมีแผ่นเหล็กวงแหวนที่มีความหนาไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ มิลลิเมตร รองใต้แผ่นเหล็กพื้นถัง (๔) การเชื่อมแผ่นเหล็กหลังคาของถังชนิดหลังคาติดตาย (fixed roof) หรือชนิดหลังคาลอยภายใน (internal floating roof) ให้มีการเชื่อมต่อกันแบบเกยทับและมีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียวแผ่นหลังคาส่วนที่เชื่อมต่อกับผนังถังให้มีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียว (๕) ถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๒๕.๐๐ เมตร ต้องมีช่องทางเข้าออกอย่างน้อยสองช่องที่บริเวณผนังถังและหลังคาถัง ถังที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒๕.๐๐ เมตร ต้องมีช่องทางเข้าออกอย่างน้อยสามช่องที่บริเวณผนังถังสองช่อง และบริเวณหลังคาถังหนึ่งช่อง โดยตำแหน่งของช่องทางเข้าออกต้องวางในตำแหน่งตรงกันข้าม ขนาดของช่องทางเข้าออกต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า ๐.๔๐ เมตร

ข้อ ๖๐

ข้อ ๖๐ การประกอบและการติดตั้งถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถัง (ก) การเชื่อมผนังถังชั้นล่างที่ติดกับแผ่นวงแหวนรองและแผ่นเหล็กพื้นถัง จะต้องเชื่อมเต็มแบบต่อเนื่องทั้งในและนอกของผนังถัง (ข) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถังต้องเกยกันอย่างน้อย ๕ เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กพื้นถัง โดยการเกยกันของแผ่นเหล็กพื้นถังกับแผ่นวงแหวนรองต้องเกยกันอย่างน้อย ๖๕.๐๐ มิลลิเมตร (๒) แนวเชื่อมในแนวตั้งของแผ่นเหล็กผนังถัง จะต้องห่างกันอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร หรือ ๑ ใน ๓ ของความยาวแผ่นเหล็ก และแนวเชื่อมจะต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกันภายในสามแผ่นที่ตั้งซ้อนกัน (๓) ผิวภายนอกของถังต้องทารองพื้นกันสนิม แล้วทาทับด้วยสีทาภายนอก (๔) การต่อแผ่นเหล็กหลังคาให้วางแผ่นเหล็กที่ตำแหน่งสูงกว่าอยู่บนแผ่นเหล็กที่ตำแหน่งต่ำกว่า

ข้อ ๖๑

ข้อ ๖๑ การติดตั้งกลอุปกรณ์นิรภัยของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องออกแบบโดยคำนึงถึงการระบายความดันของถังในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การรับน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ถัง (๒) การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถัง (๓) การที่อุณหภูมิภายนอกถังลดต่ำลง (๔) การขยายตัวของถังที่เกิดจากอุณหภูมิภายนอกถังสูงขึ้น

ข้อ ๖๒

ข้อ ๖๒ ในการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ถังที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งแผนการก่อสร้างฐานรากรองรับถังต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อตรวจสอบก่อนการก่อสร้าง (๒) แนวเชื่อมของพื้นถังต้องได้รับการตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วซึมโดยใช้กล่องสุญญากาศ (vacuum box) ที่มีแรงดูดไม่น้อยกว่า ๑๗.๒๓ กิโลปาสกาล (๒.๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๓) แนวเชื่อมของผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๔) การตรวจสอบด้วยการฉายรังสีให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) แนวเชื่อมตั้ง ๑) แผ่นเหล็กที่มีความหนาไม่เกิน ๑๐.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหนึ่งจุด ต่อระยะความยาวไม่เกิน ๓.๐๐ เมตร ของแนวเชื่อมแรก หลังจากนั้นให้ตรวจสอบอีกหนึ่งจุด ต่อทุกระยะความยาวไม่เกิน ๓๐.๐๐ เมตร ๒) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน ๑๐.๐๐ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๒๕.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีตาม (๑) โดยให้เพิ่มการตรวจสอบที่แนวเชื่อมตามแนวนอนติดกับแนวตั้งด้วย สำหรับแนวเชื่อมตามแนวตั้งของเหล็กชั้นล่างสุดแต่ละแนวเชื่อมต้องมีการตรวจสอบอย่างน้อยสองจุดและต้องเป็นจุดที่อยู่ใกล้พื้นถังมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้อย่างน้อยหนึ่งจุด ๓) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน ๒๕.๐๐ มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบแนวเชื่อมตลอดทั้งแนวด้วยการฉายรังสี (ข) แนวเชื่อมนอนทุกระยะความยาว ๓.๐๐ เมตร ของแนวแรกต้องได้รับการตรวจสอบหนึ่งจุด หลังจากนั้นให้ตรวจสอบเพิ่มอีกหนึ่งจุด ทุกระยะความยาว ๖๐.๐๐ เมตร (ค) การฉายรังสีแต่ละจุด จะต้องครอบคลุมความยาวของแนวเชื่อมอย่างน้อย ๑๕๐.๐๐ มิลลิเมตร และมีขนาดความกว้างของฟิล์มที่ใช้ไม่น้อยกว่า ๔๕.๐๐ มิลลิเมตร (ง) แนวเชื่อมแบบ fillet weld ระหว่างพื้นถังกับผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยวิธีการ liquid dye penetrant test หรือ magnetic particle test (จ) พิกัดขนาดของถังต้องอยู่ในค่ามาตรฐาน ดังต่อไปนี้ ๑) ค่าความดิ่ง (plumbness) ต้องไม่เกิน ๑ ใน ๒๐๐ ของความสูงของถัง โดยวัดที่ขอบบนสุดของถังเทียบกับขอบล่างสุด ๒) ค่าความกลม (roundness) รัศมีของถังเมื่อวัดที่ระดับ ๓๐.๐๐ เซนติเมตร เหนือแนวเชื่อมพื้นถังต้องมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๔ ตารางที่ ๑๔ ค่าความกลม (roundness) เส้นผ่าศูนย์กลางถัง (เมตร) ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (มิลลิเมตร) น้อยกว่า ๑๒.๐๐ ๑๒.๐๐ - ๔๕.๐๐ ๑๓.๐๐ ๑๙.๐๐ ๓) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมตั้ง (peaking) ต้องไม่เกิน ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความโค้งของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร ๔) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมนอน (banding) ต้องไม่เกิน ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความตรงของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๖๓

ข้อ ๖๓ ในระหว่างการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งให้ทำการตรวจสอบถังตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖๒ โดยต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนดำเนินการและผลการตรวจสอบถังต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ ๖๔

ข้อ ๖๔ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องทำการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) ถังจะต้องได้รับการทดสอบแรงดันด้วยน้ำที่ระดับความสูง ดังต่อไปนี้ (ก) ที่ระดับสูงสุดของถัง (ข) สำหรับถังที่มีหลังคาติดตาย ให้บรรจุน้ำที่ระดับความสูง ๕๐.๐๐ มิลลิเมตร เหนือรอยเชื่อมต่อระหว่างผนังถังกับหลังคาถัง (ค) กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม (ก) และ (ข) ได้ เนื่องจากถังมีการติดตั้งช่องระบายน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overflow) หรือมีข้อจำกัดจากการทำงานของหลังคาลอยภายในให้ทดสอบที่ระดับสูงสุดเท่าที่จะสามารถทดสอบได้ (๒) ระหว่างที่กำลังทดสอบแรงดันด้วยน้ำตาม (๑) ต้องทำการตรวจวัดการทรุดตัวของถัง เมื่อบรรจุน้ำได้ร้อยละห้าสิบ ร้อยละเจ็ดสิบห้า และร้อยละร้อย ของระดับที่จะทดสอบตาม (๑) โดยต้องรักษาระดับน้ำให้คงที่ไว้อย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง การวัดการทรุดตัวของถังต้องวัดก่อนและหลังที่มีการบรรจุน้ำในแต่ละช่วง การวัดต้องทำการวัดโดยรอบถัง โดยจุดที่วัดแต่ละจุดต้องห่างเท่ากัน และให้มีระยะไม่เกิน ๑๐.๐๐ เมตร (๓) ตรวจสอบรอยรั่วของแนวเชื่อมระหว่างแผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรงกับผนังถัง โดยใช้แรงดันอากาศอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๖๘.๙ กิโลปาสกาล (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน ๑๐๓.๔ กิโลปาสกาล (๑๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

ข้อ ๖๕

ข้อ ๖๕ การทดสอบถังตามข้อ ๖๔ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนการดำเนินการและผลการทดสอบต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ ๖๖

ข้อ ๖๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งที่ใช้งานแล้วทุกหนึ่งปีต้องตรวจสอบสภาพถังและอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ ให้อยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้โดยปลอดภัยในลักษณะเดียวกับที่ได้รับใบอนุญาต (๑) ตรวจพินิจการรั่วซึม หรือการสึกกร่อนของผนัง หลังคาถัง และสภาพรอยเชื่อมภายนอก (๒) อุปกรณ์นิรภัยระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงแบบแรงดันสุญญากาศ (๓) อุปกรณ์เครื่องมือวัดระดับน้ำมัน อุณหภูมิ รวมทั้งอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัย (๔) ระบบระบายน้ำจากพื้นถังสู่ร่องระบายน้ำรอบฐานถังไปยังระบบบำบัดหรือแยกน้ำปนเปื้อนน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) ระบบระบายน้ำฝนบนหลังคาถังชนิดแบบลอยตัว (๖) บันไดถาวร บันไดบนหลังคาแบบลอยตัว จุดหมุนล้อเลื่อนของบันไดบนหลังคาแบบลอยตัว และระบบสายดินระหว่างหลังคาแบบลอยตัวกับผนังถัง (๗) การทรุดตัวของฐานถัง สภาพฐานถัง และความเอียงของถัง (๘) ช่องวัดระดับผลิตภัณฑ์ (๙) แผ่นหุ้มฉนวนถัง (๑๐) ลูกลอย ทุ่นลอย และวัสดุกันรั่วของถังชนิดหลังคาลอยชนิดเปิด (๑๑) ระบบสายดินรอบฐานถัง (๑๒) สภาพของสีที่ทาภายนอก (๑๓) สภาพและความแข็งแรงของราวกันตกบนหลังคาถัง (๑๔) คราบน้ำมันเชื้อเพลิงที่รั่วซึมจากผนังชั้นล่างส่วนที่ติดกับพื้นถังที่วางบนฐานถัง (๑๕) การรั่วซึมของท่อรับ ท่อจ่าย และอุปกรณ์ในส่วนที่ติดกับถัง

ข้อ ๖๗

ข้อ ๖๗ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้งเมื่อใช้งานครบสิบปีต้องตรวจสอบสภาพถังและอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ ให้อยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้โดยปลอดภัยในลักษณะเดียวกับที่ได้รับใบอนุญาตและบันทึกผลการตรวจสอบไว้ (๑) ภายนอกถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ดำเนินการตามข้อ ๖๖ และตรวจสอบเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ (ก) บันไดและชานพักบันได ให้ตรวจสอบสภาพโครงเหล็ก และแนวเชื่อมของขั้นบันไดและราวบันได ระยะห่าง สภาพ และการเชื่อมต่อระหว่างพื้นกับขั้นบันไดขั้นแรกและช่องวัดระดับผลิตภัณฑ์และฝาปิด (ข) หลังคาถังชนิดหลังคาติดตาย ให้ตรวจหารอยพรุนที่เกิดจากสนิม รอยแตกร้าว และการสึกกร่อนที่ตะเข็บรอยเชื่อม แนวเชื่อมรอบขอบถัง และราวกันตกรอบถัง (ค) หลังคาถังชนิดลอยตัว ให้ตรวจสภาพวัสดุกันรั่วของหลังคาถัง ระยะห่างของวัสดุกันรั่วกับผนังถัง การเบียดตัวของวัสดุกันรั่วกับผนังถัง ตรวจการรั่วซึมของทุ่นหลังคาลอย และระบบกลไกของบันไดลงถัง รวมถึงสายดินรอบถัง (ง) ตรวจสอบสภาพสีเคลือบผนังถังโดยรอบ รอยแตกของสี การสึกกร่อน รอยบุบของสภาพแนวเชื่อม และการรั่วซึมของผนังถัง (จ) ตรวจสอบการทรุดตัวโดยรอบของถัง และตรวจหาการรั่วซึม หรือการแทรกซึมของน้ำบริเวณจุดเชื่อมต่อผนังถังกับพื้นถัง (ฉ) บริเวณเหล็กเสริมความแข็งแรงรอบขอบถัง ให้ตรวจสอบการสึกกร่อน การรั่วซึมและการแตกร้าวของตะเข็บแนวเชื่อม (ช) ตรวจสอบการบิดงอหรือรอยร้าวของอุปกรณ์ที่ติดกับถัง เช่น ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อรับจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ช่องสำหรับทางเข้าออก และการทำงานของวาล์วต่าง ๆ (ซ) ผนังถังที่มีฉนวนห่อหุ้ม ให้ลอกฉนวนห่อหุ้มถังในบริเวณที่อาจมีความชื้นสะสมอยู่ ได้แก่ ขายึดเหล็กเสริมความแข็งแรงรอบขอบถังด้านบนสุด เหล็กเสริมความแข็งแรงของผนังถัง และเหล็กรัดฉนวน หากสงสัยว่ามีน้ำรั่วซึมเข้าไปในฉนวนห่อหุ้มถัง ให้เปิดฉนวนห่อหุ้มถังเพื่อตรวจสอบการสึกกร่อนของพื้นผิวถังบริเวณนั้น (๒) ภายในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องทำความสะอาดถังก่อนทำการตรวจสอบ และกำจัดสนิมออกด้วยวิธีขัดผิวโดยการยิงเม็ดเหล็ก ทราย หรือน้ำด้วยความดันสูง และทำการตรวจสอบและทดสอบอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) พื้นถัง ให้ตรวจสอบแนวเชื่อมบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างผนังถังกับพื้นถังและบริเวณใกล้เคียง ตรวจสอบสนิมขุมหรือขุมสนิมกระจายบริเวณแผ่นเหล็ก ความเรียบของพื้นถัง การโก่งและทรุดของพื้นถัง การสึกกร่อนใต้พื้นถัง บ่อน้ำทิ้ง และท่อระบายน้ำทิ้งในถัง และตรวจหาการรั่วซึมตามแนวเชื่อม โดยวิธี vacuum test หรือ magnetic particle test หรือ liquid dye penetrant test หรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ข) ผนังถังภายใน ให้ตรวจสอบบริเวณแนวเชื่อมระหว่างผนังถังและพื้นถัง รอยที่เกิดจากการเชื่อมระหว่างแผ่นเหล็กเสริมกับผนังถัง แนวเชื่อมของอุปกรณ์ส่วนควบที่ติดกับผนังถัง การบิดงอ และการเอียงของผนังถัง และรอยสึกกร่อน บุบ ยุบตัว การหลุดร่อนของสีเคลือบภายในถัง (ค) ในการตรวจสอบถังที่มีการซ่อมรอยเชื่อมของพื้นถังหรือผนังถัง การเปลี่ยนผนังถัง พื้นถัง การเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนควบ และการเจาะผนังถังหรือพื้นถัง ให้ทำการตรวจสอบเช่นเดียวกับถังใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๖๒ (๒) (๓) และ (๔) ข้อ ๖๓ ข้อ ๖๔ และข้อ ๖๕ (ง) ต้องทำการทดสอบความดันน้ำที่ระดับร้อยละร้อย ตามข้อ ๖๔ (๑) เป็นเวลาอย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อมีการกระทำต่อถัง ดังต่อไปนี้ ๑) การเจาะผนังถังส่วนที่ต่ำกว่าระดับบรรจุให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๑๒ นิ้ว หรือการเจาะช่องพื้นถังขนาดใด ๆ ห่างผนังถังไม่เกิน ๐.๓๐ เมตร ๒) การตัดออก เปลี่ยน หรือเพิ่มผนังถังส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับบรรจุออกแบบของถังหรือพื้นถังส่วนที่รองผนังถังที่ด้านใดด้านหนึ่งยาวกว่า ๐.๓๐ เมตร ๓) แนวเชื่อมแนวดิ่งของผนังถัง หรือแนวเชื่อมในแนวรัศมีที่เชื่อมระหว่างเหล็กแผ่นรองผนังถังที่ยาวกว่า ๐.๓๐ เมตรขึ้นไป หรือมีการเชื่อมซ่อมลึกมากกว่า ๑ ใน ๒ ของความหนาของแนวเชื่อม ๔) การเปลี่ยนพื้นถังใหม่ เว้นแต่ว่าการเปลี่ยนพื้นถังนั้นไม่กระทบต่อฐานรากของถังไม่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นถังส่วนรองผนังถัง หรือไม่กระทบต่อพื้นถังบริเวณวิกฤต ภายในระยะ ๓ นิ้ว จากขอบถัง สำหรับถังที่ไม่มีส่วนรองผนังถัง ๕) การรื้อ หรือเชื่อมใหม่ของรอยเชื่อมระหว่างผนังถังกับพื้นถัง หรือพื้นถังส่วนรองผนังถัง ๖) การหนุนยกถังขึ้น (จ) หลังคาชนิดหลังคาติดตาย (fixed roof) และโครงสร้างหลังคา หากปรากฏว่าความหนาของแผ่นหลังคาลดลงหรือมีรูโหว่ต้องตรวจสอบ ดังต่อไปนี้ ๑) เหล็กเสริมความมั่นคงแข็งแรงรอบขอบถังด้านบนสุด ๒) การสึกกร่อนใต้ขอบหลังคา ๓) จุดน้ำขังบนโครงสร้างหลังคา ๔) เสารับโครงหลังคา ๕) ท่อสำหรับเครื่องวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องวัดอุณหภูมิ (ฉ) หลังคาชนิดหลังคาลอย (floating roof) ต้องตรวจสอบ ดังต่อไปนี้ ๑) การรั่วซึมภายในทุ่นลอย และการรั่วซึมของแผ่นหลังคาที่สัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิง ๒) ระบบระบายน้ำบนหลังคา และอุปกรณ์พักน้ำจากหลังคาสู่ท่อระบายน้ำจากหลังคาชนิดท่ออ่อนหรือท่อแข็ง ๓) ท่อวัดระดับผลิตภัณฑ์และฝาปิด ๔) ความกลมของถังและช่องว่างระหว่างวัสดุกันรั่วกับผนังถัง ๕) ท่อดูดแบบลอยตัว ๖) ขดความร้อน และเครื่องทำความร้อนที่ท่อดูด (๓) การตรวจสอบความหนาของแผ่นเหล็กผนังถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (ก) วัดความหนาของแผ่นเหล็กอย่างน้อยแผ่นละหนึ่งจุด ด้วยวิธีการอุลตร้าโซนิกสแกน (ultrasonic scanner) หรือการวัดโดยใช้เครื่องวัดความหนาแบบอุลตร้าโซนิก (ultrasonic thickness gauge) หรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ข) ให้ผู้ตรวจสอบกำหนดพื้นผิวและจำนวนจุดที่จะทดสอบโดยพิจารณาจากประวัติของถังในบริเวณ ดังต่อไปนี้ ๑) บริเวณที่เคยมีประวัติการสึกกร่อนมากต้องตรวจสอบซ้ำ ๒) บริเวณผนังถังช่วง ๓๐.๐๐ เซนติเมตร จากก้นถังและจากขอบบนของถัง ๓) บริเวณรอบฐานถังที่มีน้ำขังต้องตรวจสอบความหนาของส่วนรองผนังถังอย่างละเอียด (๔) พิกัดขนาดของถังต้องอยู่ในค่ามาตรฐาน ดังต่อไปนี้ (ก) ค่าความดิ่ง (plumbness) ไม่เกิน ๑ ใน ๑๐๐ ของความสูงของถังโดยวัดที่ขอบบนสุดของถังเทียบกับขอบล่างสุด (ข) ค่าความกลม (roundness) รัศมีของถังเมื่อวัดที่ระดับ ๓๐.๐๐ เซนติเมตร เหนือแนวเชื่อมพื้นถัง จะต้องไม่เกินค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๔ (ค) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมตั้ง (peaking) ต้องไม่เกิน ๑๓.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความโค้งของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร (ง) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมนอน (banding) ต้องไม่เกิน ๒๕.๐๐ มิลลิเมตร เมื่อวัดเทียบกับแบบความตรงของผนังถังที่ยาว ๙๐๐.๐๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๖๘

ข้อ ๖๘ ในกรณีที่พบการสึกกร่อนของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการแก้ไขโดยไม่ชักช้า

ข้อ ๖๙

ข้อ ๖๙ ให้ผู้ตรวจสอบส่งผลการตรวจสอบตามข้อ ๖๖ และข้อ ๖๗ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมทราบและให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมส่งผลการตรวจสอบดังกล่าวให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาต่อไป

ข้อ ๗๐

ข้อ ๗๐ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวนอนต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ผนังถังต้องมีความหนาตามค่าที่ได้จากการคำนวณออกแบบให้รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการสึกกร่อน (๒) แผ่นเหล็กผนังถังต้องมีวิธีการเชื่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยการเชื่อมต่อท่อต่าง ๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน ๒ นิ้ว ผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังและต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๒ เท่าของพื้นที่ช่องท่อ (๓) สำหรับถังที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๙,๐๐๐ ลิตร ต้องมีช่องทางเข้าออก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร อย่างน้อยหนึ่งช่อง

ข้อ ๗๑

ข้อ ๗๑ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้ (๑) ตัวถังต้องทำด้วยเหล็กที่มีความเค้นคราก (yield stress) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ำหนักบรรทุกต่าง ๆ หรือทำด้วยวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๒) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ำใต้ดิน และห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่เหนือบริเวณดังกล่าว (๓) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร (๔) ต้องมีระยะห่างระหว่างผนังถังแต่ละถังไม่น้อยกว่า ๐.๖๐ เมตร (๕) ตัวถังต้องตั้งอยู่ในเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงและผนังถังต้องห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร (๖) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกถัง สำหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐.๐๐ มิลลิเมตร (ข) ปลายท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร (๗) ปลายท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอยู่ห่างจากเขตสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร

ข้อ ๗๒

ข้อ ๗๒ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินและถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินขนาดใหญ่ตามแนวนอนเมื่อใช้งานครบสิบปี ต้องทำการทดสอบสภาพถังและอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ ให้อยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้โดยปลอดภัยในลักษณะเดียวกับที่ได้รับใบอนุญาต (๑) ให้ทำการทดสอบถังและข้อต่อต่าง ๆ โดยใช้แรงดันน้ำหรือแรงดันอากาศ อัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า ๒๐.๖ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน ๓๔.๕ กิโลปาสกาล (๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ในกรณีใช้แรงดันน้ำให้ใช้เวลาในการทดสอบไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ในกรณีใช้แรงดันอากาศหรือก๊าซเฉื่อยให้ใช้เวลาในการทดสอบตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑๕ ตารางที่ ๑๕ เวลาที่ใช้ในการทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้แรงดันอากาศหรือก๊าซเฉื่อย ความจุของถัง (ลิตร) เวลาที่ใช้ในการทดสอบ (ชั่วโมง) ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ ไม่เกิน ๔๕,๐๐๐ ไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่า ๒๔ ไม่น้อยกว่า ๔๘ ไม่น้อยกว่า ๗๒ ไม่น้อยกว่า ๙๖ (๒) สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทำการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ (๓) ในกรณีที่พบการรั่วซึม ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทำการแก้ไข และทำการทดสอบตาม (๑) ซ้ำ จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม (๔) เมื่อทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินแล้ว ต้องใช้ทรายสะอาดอัดแน่นโดยรอบถังให้มีความหนาไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ เมตร (๕) โดยวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๗๓

ข้อ ๗๓ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ชนิดหลังคาลอยต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) มีการระบายน้ำฝนจากแผ่นหลังคาลอยให้เพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลังคาถัง (๒) วัสดุกันรั่วที่ขอบถังจะต้องไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง (๓) มีอุปกรณ์ระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันมิให้มีความดันและสุญญากาศเกินความสามารถของการระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิงขณะสูบน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออก (๔) ระบบการต่อไฟฟ้าลงดิน (earthing) ต้องมีการเชื่อมต่อสายดินระหว่างหลังคาลอยกับตัวถังเพื่อถ่ายเทประจุไฟฟ้าลงดิน (๕) ต้องเสริมความมั่นคงแข็งแรงโดยรอบของผนังถังระดับไม่เกิน ๑.๐๐ เมตร จากส่วนสูงสุดของผนังถัง (๖) ขาหยั่งของหลังคาลอยต้องสามารถปรับขึ้นลงได้ในตำแหน่งต่ำสุดขณะสูบน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออก และในตำแหน่งสูงสุดระหว่างการซ่อมบำรุง (๗) แผ่นเหล็กหลังคาจะต้องวางซ้อนกันโดยแผ่นบนจะอยู่ใต้แผ่นล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความชื้นสะสมอยู่ในแนวที่ซ้อนกันใต้หลังคา (๘) มีช่องทางเข้าออกของถังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๓๐ นิ้ว ในกรณีมีช่องทางเข้าออกที่ผนังถัง ช่องทางเข้าออกต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๒๔ นิ้ว

ข้อ ๗๔

ข้อ ๗๔ ในกรณีพื้นที่ใดอยู่ในเขตที่อาจได้รับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร การออกแบบสิ่งก่อสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่มีปริมาณความจุเกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วย

ข้อ ๗๕

ข้อ ๗๕ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องยื่นรายละเอียดของอุปกรณ์ (specification) เกี่ยวกับลิ้นปิดเปิด ระบบอุปกรณ์สำหรับดับเพลิง และอุปกรณ์นิรภัยต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ ให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาอนุญาตก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบภายหลังการติดตั้งอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตั้งแต่ประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรายงานการตรวจสอบไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ข้อ ๗๖

ข้อ ๗๖ การทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ส่วนควบต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ ระบบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงและอุปกรณ์

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).