ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง
เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในท้องที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยแห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้งและนายอำเภอเมืองมหาสารคามจึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในท้องที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และให้สิ้นสุดระยะเวลาการใช้บังคับเมื่อมีประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองมหาสารคามที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๒๘ มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๔ แห่งข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในท้องที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ข้อความนี้แทน
ภายในบริเวณที่ ๑ หมายถึง ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น ให้ใช้เพิ่มเติมได้อีกไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
ข้อ ๔ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
มงคล อันปัญญา
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกิ้ง
ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ
๗ มกราคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๔๓ ง/หน้า ๔๑/๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).