พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของทบวง
การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศในประเทศไทย
พ.ศ.
๒๕๐๕
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่
๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศในประเทศไทย
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศในประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่า
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์และบรรณสารของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
และให้ผู้แทนของสมาชิกและพนักงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ทั้งนี้ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่
หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศฉบับที่คณะผู้ว่าการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่
๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๒
เพียงเท่าที่รัฐบาลได้รับใช้บทแห่งความตกลงนั้นหรือความตกลงที่รัฐบาลได้ทำไว้หรือจะได้ทำต่อไปกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
และมีพันธกรณีที่จะต้องให้เอกสิทธิและความคุ้มกันในประเทศไทย
ตามความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศฉบับที่คณะผู้ว่าการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่
๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒ จึงจำเป็นต้องตรากฎหมายขึ้นเพื่ออนุวัตตามบทของมาตรา ๓๘
แห่งความตกลงดังกล่าว
ดวงใจ/แก้ไข
๑๙
ก.ย. ๔๔
A+B (C)
เนติมา/พัชรินทร์
จัดทำ
๒๘
พฤษภาคม ๒๕๔๖
วาทินี/วนิดา/ปรับปรุง
๑๘
กรกฎาคม ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๒๙/หน้า ๔๔๕/๒๗ มีนาคม ๒๕๐๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).