法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

เครื่องหมายครุฑพ่าห์

พ.ศ. ๒๕๓๔

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔

เป็นปีที่

๔๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายครุฑพ่าห์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. ๒๕๓๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ประกาศ

และระเบียบในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๒]

ในพระราชบัญญัตินี้

“เครื่องหมายครุฑพ่าห์” หมายความว่า เครื่องหมายรูปครุฑ

พระครุฑพาห หรือพระครุฑพ่าห์ ไม่ว่าในอิริยาบถใด และไม่ว่ามีข้อความ

ภาพหรือเครื่องหมายอื่นประกอบด้วยหรือไม่

“ห้างร้านบริษัท” หมายความว่า

กิจการที่ตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจ โดยใช้ชื่อทางธุรกิจว่า “ห้าง” “ร้าน” “บริษัท”

หรือชื่ออื่นในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ตาม

“ตราตั้ง” หมายความว่า

หนังสือรับรองการพระราชทานพระบรมราชานุญาต ที่ออกให้แก่บุคคลหรือห้างร้านบริษัท

เพื่อแสดงว่าบุคคลหรือห้างร้านบริษัทตามที่ระบุชื่อเป็นผู้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในกิจการที่ระบุได้

“เครื่องหมายตราตั้ง” หมายความว่า

เครื่องหมายครุฑพ่าห์ที่มีข้อความประกอบเบื้องล่างว่า “โดยได้รับพระบรมราชานุญาต”

หรือข้อความเป็นอักษรต่างประเทศตามที่สำนักพระราชวังกำหนด

ที่บุคคลหรือห้างร้านบริษัทมีสิทธิที่จะใช้ เมื่อได้รับตราตั้งแล้ว

มาตรา ๕

มาตรา ๕

การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในราชการให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๖

มาตรา ๖

การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในราชการในพระองค์พระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ในกรณีอื่นใดนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา

๕ หรือมาตรา ๖ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การขอพระราชทานตราตั้ง

คุณสมบัติอื่นของผู้ขอพระราชทานตราตั้งและการทำหรือใช้เครื่องหมายตราตั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๙

มาตรา ๙[๓]

บุคคลหรือห้างร้านบริษัท ที่ขอพระราชทานตราตั้ง ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีฐานะการเงินดี และไม่มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว

(๒) ประกอบกิจการโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย

ความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๓) คุณสมบัติอื่นใดที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐[๔]

คำขอพระราชทานตราตั้งให้ยื่นต่อสำนักพระราชวัง เมื่อสำนักพระราชวังได้ตรวจสอบและพิจารณาเห็นว่าบุคคลหรือห้างร้านบริษัทใดที่ขอพระราชทานตราตั้งมีคุณสมบัติตามมาตรา

๙ และสมควรได้รับพระราชทานตราตั้ง ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสำนักพระราชวังออกตราตั้งให้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑[๕]

ตราตั้งเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคล สิทธิรับพระราชทานตราตั้งและใช้เครื่องหมายตราตั้งย่อมสิ้นสุดลง

เมื่อปรากฏว่า

(๑) สำนักพระราชวังเรียกคืน

เพราะบุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่ได้รับพระราชทานตราตั้ง

(ก) ตาย

(ข)

เลิกประกอบกิจการประเภทที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราตั้งนั้น

(ค) โอนกิจการดังกล่าวให้ผู้อื่นดำเนินการ หรือ

(๒) สำนักพระราชวังเห็นสมควรเพิกถอน ตามมาตรา ๑๑ ทวิ

วรรคสอง

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ทวิ[๖]

เมื่อปรากฏกรณีตามมาตรา ๑๑ (๑) ให้สำนักพระราชวังเรียกให้ บุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่ได้รับพระราชทาน

ทายาท หรือผู้รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี ส่งคืนตราตั้งที่นายกรัฐมนตรีออกให้ตามมาตรา

๑๐ ภายในเวลาที่กำหนด

เมื่อสำนักพระราชวังได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

แต่ยังไม่ได้รับตราตั้งคืนภายในเวลาที่กำหนด หรือเมื่อได้ตรวจสอบและพิจารณาเห็นว่า

บุคคลหรือห้างร้านบริษัทที่ได้รับพระราชทานตราตั้งขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙

หรือคุณสมบัติอันเป็นเหตุให้การได้รับพระราชทานตราตั้งเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ หรือมีเหตุอื่นอันสมควรเพิกถอนตราตั้ง

ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

เมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีสั่งเพิกถอนตราตั้งที่ได้ออกให้ตามมาตรา

๑๐

เมื่อสำนักพระราชวังได้รับตราตั้งคืนตามวรรคหนึ่ง

หรือเมื่อนายกรัฐมนตรีสั่งเพิกถอนตราตั้งตามวรรคสองแล้ว

ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒[๗]

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา ๗ หรือพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการทำหรือใช้เครื่องหมายตราตั้งที่ออกตามมาตรา

๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓[๘] ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์

ตราตั้ง หรือเครื่องหมายตราตั้ง

หรือมีสิทธิแต่สิทธิเช่นว่านั้นสิ้นสุดลงแล้วตามมาตรา ๑๑ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิหรือยังคงมีสิทธิต่อไป

หรือไม่ยอมส่งคืนตราตั้งเมื่อถูกเรียกให้ส่งคืนตามมาตรา ๑๑ ทวิ วรรคหนึ่ง

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ในระหว่างที่ยังมิได้ออกระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๕

หรือมีพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๘ การทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือเครื่องหมายตราตั้งให้คงเป็นไปตามกฎหมาย

กฎ ข้อบังคับ ประกาศ และระเบียบว่าด้วยการนั้น

ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ผู้ใดได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือมีสิทธิใช้เครื่องหมายตราตั้งอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ผู้นั้นยังคงมีสิทธิใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์หรือเครื่องหมายตราตั้งนั้นได้ต่อไป

เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้ใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้รัฐวิสาหกิจนั้นแจ้งเป็นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

และให้ดำเนินการเลิกใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์นั้นให้เสร็จสิ้นภายในสองปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์

ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่ได้มีการใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์ซึ่งเป็นดวงตราแผ่นดินชนิดหนึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการงานในราชการ

และเป็นเครื่องหมายตราตั้งแสดงถึงห้างร้านหรือบริษัทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนแพร่หลายเป็นที่ทราบกันทั่วไป

สมควรกำหนดให้การใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์เป็นไปโดยมีระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕[๙]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรให้ผู้ประกอบกิจการที่มิได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคล

สามารถขอพระราชทานตราตั้งและได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้เครื่องหมายตราตั้งในกิจการของตนได้

และสมควรให้ตราตั้งเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคล

เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติที่เคยมีมาแต่เดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

วศิน/แก้ไข

๒๖ พฤศจิกายน

๒๕๕๖

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๙๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔

[๒] มาตรา

๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๓] มาตรา

๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๔] มาตรา

๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๕] มาตรา

๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๖] มาตรา

๑๑ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๗] มาตรา

๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๘] มาตรา

๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

[๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐/หน้า ๕/๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7bff3cac6713ac3e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com