กหดหกดหกดหกด
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดิน
สายธนบุรี - นครปฐม
พ.ศ. ๒๕๐๕
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่ ๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดินสายธนบุรี - นครปฐม ในท้องที่อำเภอบางกอกใหญ่ อำเภอภาษีเจริญ อำเภอหนองแขม จังหวัดธนบุรี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี อำเภอเมือง
นครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้กระทำการสำรวจที่ที่ต้องเวนคืนเสร็จแล้ว
พระมหากษัตริย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติทาง
หลวง พุทธศักราช ๒๔๘๒ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวทางหลวง
ที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดินสายธนบุรี - นครปฐม พ.ศ. ๒๕๐๕"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ แนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดินสายธนบุรี - นครปฐม
อยู่ในท้องที่อำเภอบางกอกใหญ่ อำเภอภาษีเจริญ อำเภอหนองแขม จังหวัดธนบุรี อำเภอ
กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม และมีส่วนกว้างของแนวทางหลวงหนึ่งร้อยเมตร
มาตรา ๔ ให้อธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดินเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราช
กฤษฎีกานี้
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อประโยชน์ในการสร้างทาง
หลวงแผ่นดินสายธนบุรี - นครปฐม ในท้องที่อำเภอบางกอกใหญ่ อำเภอภาษีเจริญ อำเภอหนอง
แขม จังหวัดธนบุรี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอสามพราน อำเภอนครชัยศรี
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้กระทำการสำรวจที่ที่ต้องเวนคืนเสร็จแล้ว แต่ยังไม่
พร้อมที่จะออกพระราชบัญญัติเวนคืน จำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะ
สร้างไว้ก่อน ตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๒ เพื่อดำเนินการต่อไป
[รก.๒๕๐๕/๘๐/๑พ/๑ กันยายน ๒๕๐๕]
ชไมพร/พิมพ์
๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).