我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 หมวด ๔

มาตรา ๑๘–มาตรา ๒๒共 5 條

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าคณะกรรมการเปรียบเทียบเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศกำหนด คณะกรรมการเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง ให้ประกอบด้วยผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ และผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้มีทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาคได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกำหนดตามความเหมาะสม เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้แรงงานประมงก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้สามารถใช้แทนใบรับรองแพทย์ตามมาตรา ๘ ได้จนกว่าจะสิ้นอายุของใบรับรองแพทย์นั้น

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ การจัดให้มีที่พักอาศัยบนเรือประมงตามมาตรา ๑๓ ไม่ใช้บังคับกับเรือประมงที่มีดาดฟ้าและมีขนาดตั้งแต่สามร้อยตันกรอสส์ขึ้นไปที่มีอยู่แล้วในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่มีการขยายขนาดของตัวเรือ หรือที่พักอาศัย หรือระวางบรรทุกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ถือเป็นการดัดแปลงเรือเป็นส่วนใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยภายหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับเรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยซึ่งมาขอจดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยภายหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เรือประมงที่เคยจดทะเบียนเป็นเรือไทยและมีการขอยกเลิกทะเบียนเรือไทยเพื่อไปจดทะเบียนเป็นเรือของรัฐชายฝั่งอื่นตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตให้ทำการประมงของรัฐชายฝั่งนั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหน้าที่ของเจ้าของเรือและการปฏิบัติหน้าที่ของแรงงานประมงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานประมงและป้องกันการบังคับใช้แรงงานในงานประมงที่มีความแตกต่างจากการทำงานของลูกจ้างทั่วไปเนื่องจากมีความเสี่ยงภัยทางทะเลและมีระยะเวลาการทำงานที่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อันเป็นการส่งเสริมและเพิ่มความสามารถในการประกอบกิจการประมงของประเทศ ตลอดจนเพื่อเป็นการอนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๑๘๘ ว่าด้วยการทำงานในภาคการประมง ค.ศ. ๒๐๐๗ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พิวัฒน์/ตรวจ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๗ ก/หน้า ๑๙๑/๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).