ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม
เรื่อง การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม ว่าด้วยการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร
อาศัยอำนาจตามความนัยมาตรา ๖๗ (๒) (๗) และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ องค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิมโดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิมและนายอำเภอแวงใหญ่ จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม เรื่อง การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิมเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบัญญัตินี้
น้ำเสีย หมายความว่า ของเสียที่อยู่ในสภาพเป็นของเหลว รวมทั้งมวลสารที่ปะปนหรือปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้นซึ่งเป็นสิ่งโสโครกหรือมีกลิ่นเหม็น
อาคาร หมายความว่า ตึก บ้านเรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้
บ่อดักไขมัน หมายความว่า สิ่งที่ใช้แยกจำพวกน้ำมันและไขมันออกจากน้ำซึ่งผ่านการใช้แล้ว
การระบายน้ำ หมายความว่า การผันน้ำ การปล่อยน้ำ การเทน้ำ การสาดน้ำหรือการกระทำอื่นใดที่เป็นการถ่ายเทน้ำ
แหล่งระบายน้ำ หมายความว่า ทางหรือท่อระบายน้ำ ลำกระโดง ลำราง คูคลอง แม่น้ำ ทะเล และแหล่งน้ำสาธารณะ แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำที่เป็นของเอกชนซึ่งมีทางเชื่อมต่อหรือสามารถไหลไปสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๔ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีการระบายน้ำทิ้งลงหรือไหลไปสู่แหล่งระบายน้ำและยังไม่มีกฎหมายใดกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียโดยการติดตั้งบ่อดักไขมันสำหรับอาคารประเภทนั้น
ข้อ ๕ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามข้อ ๔ ติดตั้งบ่อดักไขมันตามมาตรฐานที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๖ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารทำการดูแลรักษา เก็บ ขนน้ำมัน หรือไขมันในบ่อดักไขมันไปกำจัดและซ่อมแซมบำรุงรักษาบ่อดักไขมันให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ตามปกติ
ข้อ ๗ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อประกอบการพิจารณา
(๒) เข้าไปในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหนังสือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น
(๓) เก็บหรือนำสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะหรือจะก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามข้อบัญญัตินี้จากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ เป็นปริมาณตามสมควรเพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบตามความจำเป็นได้โดยไม่ต้องใช้ราคา
(๔) ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามข้อบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้นดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องแล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้ทราบคำสั่งหรือวันปิดคำสั่ง
ในกรณีไม่พบเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น หรือไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายที่อาคารสถานที่นั้นหรือ ณ ภูมิลำเนาเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสถานที่นั้น และให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึงหรือวันปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๘ ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๙ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะของเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจในการพิจารณายกเว้นการปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ตามความจำเป็นและความเหมาะสมของอาคารและพื้นที่บางแห่งเช่น พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ชนบท เป็นต้น
ข้อ ๑๐ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิมเป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกหนังสือ ประกาศ คำสั่ง และแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
สมบัติ ชำกุล
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคอนฉิม
วิวรรธน์/จัดทำ
๓๐ มกราคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๓๐๕ ง/หน้า ๑๘/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).