มาตรา ๑๙
ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑)
นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(๒)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสี่คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
(๓)
อธิการบดี
(๔)
ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและประธานสภาพนักงาน
(๕)
กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสองคน ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
คุณสมบัติ
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตาม
(๒) และวิธีการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๕)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ต้องสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจากรายชื่อที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจำนวนหนึ่งคน
ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย
เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
เมื่ออุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัยและจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัยด้วยก็ได้
มาตรา ๒๐
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๒) และ (๕)
มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๙ (๒) และ (๕)
พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอน
(๔)
ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
(๕)
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๖)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗)
เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่างให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งหรือได้มีการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
ให้ผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือยังมิได้เลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
ให้นายกสภามหาวิทยาลัยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือได้มีการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่แล้ว
มาตรา ๒๑
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะให้มีอำนาจและหน้าที่
ดังนี้
(๑)
วางนโยบาย และอนุมัติแผนพัฒนาของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการดำ
เนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๖
(๒)
ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย
และอาจมอบหมายให้ส่วนงานใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อบังคับ ระเบียบและประกาศสำหรับส่วนงานนั้นเป็นเรื่อง
ๆ ไปก็ได้
(๓)
อนุมัติการให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
และประกาศนียบัตร
ทั้งของมหาวิทยาลัยและที่มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น
รวมทั้งอนุมัติการให้ปริญญากิตติมศักดิ์
(๔)
อนุมัติการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๗
รวมทั้งการแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานดังกล่าว
(๕)
อนุมัติการรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการสมทบ
การยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมของสถานศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัยอื่น
(๖)
อนุมัติหลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง
การยุบรวมหรือการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา
(๗)
พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งและพิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
อธิการบดี ศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(๘)
แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๗ (๓) และ (๔)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(๙)
แต่งตั้งและถอดถอนประธานกรรมการและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
(๑๐)
ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย
(๑๑)
วางนโยบายและวิธีการเกี่ยวกับการจัดหารายได้ และการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล
(๑๒)
ออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศเกี่ยวกับการบริหารการเงิน การคลัง การพัสดุและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๓)
อนุมัติการตั้งงบประมาณรายรับ และอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัย
(๑๔)
แต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒ ให้รักษาการแทนอธิการบดี
ในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง
(๑๕)
แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย
(๑๖)
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๗
(๑๗)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย
ที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
มาตรา ๒๒
ให้มีคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑)
ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดี
(๒)
กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รองอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๗
และประธานสภาพนักงาน
ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
มาตรา ๒๓
คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑)
พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัย
(๒)
พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัยและการติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง
ๆ ของมหาวิทยาลัย
(๓)
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การบริหารการเงิน การคลัง
การพัสดุและทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัย
(๔)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา การเปิดสอน
และการวัดผลการศึกษาเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๕)
เสนอการให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต
อนุปริญญาและประกาศนียบัตรต่อสภามหาวิทยาลัย
(๖)
เสนอการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๗
รวมทั้งเสนอการแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานดังกล่าวต่อสภามหาวิทยาลัย
(๗)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบของสถานศึกษาชั้นสูงและสถาบันวิจัยอื่นเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๘)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
และตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่นต่อสภามหาวิทยาลัย
(๙)
พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอนหัวหน้าหน่วยงานภายในของส่วนงานตามมาตรา
๗
(๑๐)
จัดหาวิธีการอันจะทำให้การศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
การริเริ่ม การปรับแปลง การถ่ายทอดและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทะนุบำรุง
ศิลปวัฒนธรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖
เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๑๑)
พิจารณาให้ความเห็นแก่สภามหาวิทยาลัยในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารของมหาวิทยาลัย
(๑๒)
แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ
อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย
(๑๓)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย
มาตรา ๒๔
การประชุมและวิธีดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัยและคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๕
ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
มีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาต่อสภามหาวิทยาลัย
สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย
จำนวน
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง
การดำเนินงาน ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๖
ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์คณะหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑)
พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ
(๒)
พิจารณาวินิจฉัยเรื่องที่ผู้ร้องทุกข์ถูกสั่งให้ออกจากงาน
หรือผู้ร้องทุกข์ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง
ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่เป็นธรรม
องค์ประกอบ
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง
วิธีการดำเนินงาน วิธีการอุทธรณ์และร้องทุกข์
และวิธีการพิจารณาการอุทธรณ์และร้องทุกข์
ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๗
ให้มีสภาพนักงานเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่ออธิการบดีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง
ๆ ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งเสริมสร้างจรรยาบรรณ และคุณธรรมของบุคลากรของมหาวิทยาลัย
องค์ประกอบ
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง
ตลอดจนการประชุมของสภาพนักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๘
ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย และอาจมีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี
หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบงานตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้
มาตรา ๒๙
อธิการบดีนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
รองอธิการบดีนั้น
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒
ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น
ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒
มาตรา ๓๐
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๓๑
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๓๐ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒
(๔)
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๕)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖)
เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๗)
สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
มาตรา ๓๒
อธิการบดี รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดีต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี
มาตรา ๓๓
อธิการบดีเป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั้งปวง
และโดยเฉพาะให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑)
บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย
(๒)
บริหารการเงิน การคลัง การพัสดุ และทรัพย์สินอื่นของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎ ข้อบังคับ ระเบียบและประกาศของมหาวิทยาลัย
(๓)
บรรจุ แต่งตั้ง ดำเนินการทางวินัย และถอดถอนพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
รวมทั้งดำเนินการบริหารงานบุคคลตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๔)
จัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัยและดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน
รวมทั้งติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
(๕)
จัดหารายได้และทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ
เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของมหาวิทยาลัยเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
(๖)
จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
(๗)
เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๘)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ
และประกาศของมหาวิทยาลัยหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา ๓๔
ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน
ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย
ให้รองอธิการบดีที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาการแทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
หรือไม่มีผู้รักษาการแทนอธิการบดี
ตามความในวรรคหนึ่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๒ เป็นผู้รักษาการแทน
มาตรา ๓๕
ในส่วนงานตามมาตรา ๗ (๓) และ (๔) ให้มีหัวหน้าส่วนงานคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของส่วนงานนั้น
และจะให้มีรองหัวหน้าส่วนงานตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่หัวหน้าส่วนงานมอบหมายก็ได้
หัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอน
หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
และให้นำมาตรา ๓๑
มาใช้บังคับกับการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระของหัวหน้าส่วนงานโดยอนุโลม
รองหัวหน้าส่วนงานนั้น
ให้อธิการบดีแต่งตั้งและถอดถอนโดยคำแนะนำของหัวหน้าส่วนงานจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับหัวหน้าส่วนงาน
การรักษาการแทนหัวหน้าส่วนงาน
ให้นำมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เมื่อหัวหน้าส่วนงานพ้นจากตำแหน่ง
ให้รองหัวหน้าส่วนงานพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๓๖
ให้มีคณะกรรมการประจำส่วนงานตามมาตรา ๗ (๓)
มีอำนาจและหน้าที่บริหารส่วนงานนั้น
องค์ประกอบ
จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา อำนาจและหน้าที่วาระการดำรงตำแหน่ง
การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๗
ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี
ผู้ช่วยอธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๗ (๒) (๓) และ (๔)
จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันไม่ได้
ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง
จะรักษาการแทนตำแหน่งดังกล่าวได้อีกเพียงหนึ่งตำแหน่งแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
มาตรา ๓๘
การสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๗ (๓) และ (๔)
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๙
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย การรักษาการแทน
การมอบอำนาจให้ปฏิบัติการแทน
ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ในกรณีที่มีกฎหมาย
ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง
หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ อนุกรรมการ
หรือมีอำนาจหน้าที่อย่างใดให้ผู้รักษาการแทนหรือผู้ปฏิบัติการแทนทำหน้าที่กรรมการ
อนุกรรมการ หรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการแทนหรือปฏิบัติการแทนด้วย
แล้วแต่กรณี เว้นแต่ผู้มอบอำนาจจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในคำสั่งมอบอำนาจ
การประกันคุณภาพและการประเมิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).