มาตรา ๖๕
ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ
เครื่องหมายหรือเครื่องแต่งกายนิสิตและพนักงานมหาวิทยาลัย
หรือสิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าว โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือแสดงด้วยประการใด ๆ
ว่าตนมีปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา
ประกาศนียบัตร หรือตำแหน่งใดในมหาวิทยาลัย โดยที่ตนไม่มีสิทธิ
ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิจะใช้
หรือมีวิทยฐานะหรือตำแหน่งเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๖
ผู้ใด
(๑)
ปลอม หรือทำเลียนแบบซึ่งตรา เครื่องหมาย
หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะทำเป็นสีใด หรือทำด้วยวิธีใด
ๆ
(๒)
ใช้ตรา เครื่องหมาย
หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัยปลอมหรือซึ่งทำเลียนแบบ หรือ
(๓)
ใช้ หรือทำให้ปรากฏซึ่งตรา เครื่องหมาย
หรือสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ
โดยฝ่าฝืนมาตรา ๖๓ วรรคสอง
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดตาม
(๑) เป็นผู้กระทำความผิดตาม (๒) ด้วย ให้ลงโทษตาม (๒) แต่กระทงเดียว
ความผิดตาม
(๓) เป็นความผิดอันยอมความได้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๗
ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ งบประมาณ ภาระผูกพัน
รายได้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ
และพนักงานมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.
๒๕๓๓ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในจังหวัดพะเยา
และในส่วนที่เกี่ยวกับศูนย์บริการวิชาการ จังหวัดเชียงราย
ไปเป็นของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๖๘
เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการ ลูกจ้าง
และพนักงานราชการตามมาตรา ๖๗ ให้ถือว่ามหาวิทยาลัยเป็นส่วนราชการ และให้ข้าราชการ
ลูกจ้าง และพนักงานราชการดังกล่าว รับเงินเดือน ค่าจ้างและเงินอื่น ๆ
ผ่านมหาวิทยาลัยโดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดินงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน
และค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง
และให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างของส่วนราชการ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการมาใช้บังคับ
แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่หลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างของส่วนราชการ
หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการที่นำมาใช้บังคับตามวรรคหนึ่งไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้
หรือมีกรณีที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ด้วยเหตุใด ๆ
ให้การดำเนินการในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัตินี้หรือในส่วนที่ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้
เป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
มาตรา ๖๙
ในระหว่างที่ยังไม่มีสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร
พ.ศ. ๒๕๓๓
และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยและให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้
จนกว่าจะมีสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗๐
ในระยะเริ่มแรกให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษารักษาการในตำแหน่งอธิการบดีตามพระราชบัญญัตินี้
จนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี
แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี
ตามความเหมาะสมเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งอธิการบดีขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗๑
ให้คณะกรรมการและหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัยนเรศวรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในจังหวัดพะเยาและในส่วนที่เกี่ยวกับศูนย์บริการวิชาการ
จังหวัดเชียงรายที่จัดตั้งขึ้นโดยสภามหาวิทยาลัยนเรศวรตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร
พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
คงอยู่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแบ่งส่วนงานตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้หัวหน้าหน่วยงานภายในของหน่วยงานตามวรรคหนึ่ง
ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแบ่งส่วนงานใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้คณะกรรมการในหน่วยงานภายในตามวรรคหนึ่ง
ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการแบ่งส่วนงานใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๗๒
ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา ๖๗
ผู้ใดประสงค์จะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยต่ออธิการบดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และให้มหาวิทยาลัยรับบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา
๖๗
ผู้ใดแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ภายหลังกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประเมินบุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัย
และเมื่อผ่านการประเมินแล้ว ให้มหาวิทยาลัยรับบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
ให้พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับการบรรจุตามวรรคหนึ่งและวรรคสองได้รับเงินเดือน
ค่าจ้าง
สวัสดิการและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าเงินเดือน
ค่าจ้าง
สวัสดิการและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่เคยได้รับอยู่ก่อนเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
และให้ดำเนินการตามมาตรา ๗๕ สำหรับอัตราและตำแหน่งดังกล่าว
ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการตามมาตรา
๖๗ ที่มิได้รับการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ยังคงสถานะความเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการของมหาวิทยาลัยต่อไป
มาตรา ๗๓
ให้ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์
รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในจังหวัดพะเยา
และในส่วนที่เกี่ยวกับศูนย์บริการวิชาการ
จังหวัดเชียงรายอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีฐานะเป็นศาสตราจารย์
ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ หรืออาจารย์ต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยนเรศวรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในจังหวัดพะเยา
และในส่วนที่เกี่ยวกับศูนย์บริการวิชาการ จังหวัดเชียงราย
อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นอาจารย์พิเศษต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้จนครบกำหนดเวลาที่ได้รับการแต่งตั้ง
มาตรา ๗๔
สิทธิในการเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือตำแหน่งอื่นใดของข้าราชการ หรือพนักงานที่โอนมาตามมาตรา ๖๗
หรือเปลี่ยนสถานภาพตามมาตรา ๗๒
และสิทธิในการเลื่อนตำแหน่งของลูกจ้างของส่วนราชการมิให้เสียไปเพราะเหตุที่โอนมาหรือเปลี่ยนสถานภาพหรือไม่เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
มาตรา ๗๕
ข้าราชการซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗๒
ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งมหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยตามมาตรา
๗๒
ให้ถือว่าเป็นการออกจากงานเพราะทางราชการยุบเลิกตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด
แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
นับแต่วันที่มหาวิทยาลัยรับเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าว
และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง
ข้าราชการของส่วนราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการอยู่แล้ว
ให้มีสิทธิขอเป็นสมาชิกต่อไปแม้จะออกจากราชการแล้ว
ในกรณีเช่นนี้ให้มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากทางราชการเช่นเดียวกับผู้ได้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะข้าราชการบำนาญแล้วให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะประกันตนด้วยความสมัครใจ
มาตรา ๗๖
ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการในมหาวิทยาลัยว่างลงไม่ว่าจะว่างอยู่ก่อนหรือภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ยุบเลิกตำแหน่งนั้นและให้โอนอัตราตำแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา
รวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ
และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งนั้นไปเป็นของมหาวิทยาลัยและให้ถือว่าการโอนเงินงบประมาณดังกล่าวเป็นการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
มาตรา ๗๗
ให้ออกข้อบังคับ ระเบียบ
หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ในระหว่างที่ยังมิได้ออกข้อบังคับ
ระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ให้นำพระราชกฤษฎีกา กฎทบวง
ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ข้อบังคับ ระเบียบ
และประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ๒๕๓๓
ที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมาใช้บังคับโดยอนุโลม
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ
โดยให้มีการบริหารงานที่เป็นอิสระ
และมีความคล่องตัวมากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ
เพื่อดำเนินงานด้านการเรียนการสอน การวิจัย
การให้การศึกษาทางด้านวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
อันจะเป็นการกระจายโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา สำหรับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
การเมืองและสังคมแบบยั่งยืนให้จังหวัดพะเยา จังหวัดใกล้เคียงและประเทศชาติ
ตลอดจนเป็นการมุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาในทุก ๆ ด้านอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ด้อยโอกาส
เพื่อธำรงไว้ซึ่งประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเขตล้านนาอันจะเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
และเป็นแหล่งวิชาการรองรับการพัฒนาภูมิภาคนี้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๔/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).