พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดิน
ในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว
จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว
จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ที่ดินในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว
จังหวัดพัทลุง ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลนาปะขอ
อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในท้องที่ตำบลนาปะขอ
อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง มีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง
หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ
หรือต้องเช่าที่ดินของผู้อื่นประกอบเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก
และโดยที่ที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งใหญ่ ในท้องที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว
จังหวัดพัทลุง ซึ่งทางราชการได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ ๒๘๓๕๒
ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ เนื้อที่ประมาณ ๑๐,๙๖๑ ไร่ ๓ งาน ๕๙
ตารางวา แต่เนื่องจากที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวได้มีการถอนสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดินไปแล้วบางส่วน
คงเหลือที่ดินสาธารณประโยชน์ที่จะนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ ๑๐,๗๐๗ ไร่ ๓ งาน ๕๔ ตารางวา
แต่เมื่อมีการสำรวจรังวัดใหม่ปรากฏว่ามีเนื้อที่ประมาณ ๙,๑๕๕
ไร่ ปัจจุบันปรากฏว่าได้เปลี่ยนสภาพจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้ว
สมควรกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๔/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).