我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ 13 (ฉบับ Update ณ วันที่ 03/05/2556) ภาค ๔

ข้อ ๕๑–ข้อ ๖๖共 17 條

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑[๔๗] ในขณะปฏิบัติราชการสนาม หรือไปตรวจราชการสนาม หรือไปตรวจการฝึกของหน่วยทหาร ใช้เครื่องแบบและเครื่องประกอบ ดังนี้ (๑) ทหารชาย เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีเทา หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา จะใช้หมวกหนีบสีเทาแทนหมวกทรงหม้อตาลสีเทาหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทาก็ได้ (๒) นายทหารสัญญาบัตร ใช้เครื่องแบบตรวจราชการสนามสีเทา หรือสีกากีแกมเขียวหรือสีพราง ประกอบด้วย (ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อน (ข) เสื้อตรวจราชการสนาม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก คอแบะแบบแหลมมีลิ้นปิดอกขัดดุมปิดคอได้ ที่แนวอกมีดุม ๕ ดุม ขัดซ่อนอยู่สาบ แขนยาวทรงกระบอก ที่ปลายแขนทำเป็นสาบเจาะรังดุม มีดุมติดข้างละ ๒ ดุม สำหรับปรับปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดุมข้างละ ๑ ดุม ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดุมข้างละ ๒ ดุม ขัดซ่อนไว้ข้างในปกกระเป๋า ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่ ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง และในบางโอกาสจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือข้อศอกก็ได้ (ค) กางเกงตรวจราชการสนาม ขายาวปิดตาตุ่ม ไม่พับปลายขา ปลายขากว้างไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ข้างหน้า ๒ ห่วง ทางข้าง ๒ ห่วง และข้างหลัง ๓ ห่วง สำหรับสอดเข็มขัด ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเฉียง ที่ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเหนือแนวเข่ามีกระเป๋าย่ามยืดชายข้างละ ๑ กระเป๋า ตัวกระเป๋ามีกลีบพับทบ ๒ กลีบระยะห่างเท่ากัน มีปกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดดุมข้างละ ๓ ดุม ตะเข็บทั้งสิ้นเป็นตะเข็บคู่ กางเกงนี้เวลาสวมให้สอดปลายขาไว้ภายในรองเท้า (ง) รองเท้าสูงครึ่งน่องหนังสีดำ (จ) เครื่องหมายต่าง ๆ ให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินดำ เว้นแต่เครื่องหมายยศให้ปักด้วยด้ายหรือไหมสีขาว

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ บรรดาหมวกเหล็ก ในบางโอกาสจะใช้รองในหมวกเหล็กสีเดียวกันแทนก็ได้

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ ทหารที่ขับขี่รถจักรยานยนตร์จะใช้หมวกกันกระแทกสีเทาในขณะขับขี่ก็ได้

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ ทหารซึ่งมีหน้าที่ใช้เครื่องยนตร์หรือหน้าที่การช่าง ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ ให้ใช้เครื่องแบบประกอบด้วย (๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีเทา (๒) เสื้อกางเกงติดกันสีเทาโดยไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ (๓) รองเท้าผ้าใบหรือหนังสีดำ

ข้อ ๕๕

ข้อ ๕๕ ทหารซึ่งทำงานในอากาศให้ใช้เครื่องแบบ เครื่องหมายยศ เครื่องหมายสังกัดและเครื่องประกอบที่ใช้ในการทำงานในอากาศตามที่กองทัพอากาศกำหนดได้

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖[๔๘] ทหารหญิงซึ่งทำหน้าที่นางพยาบาล ให้ใช้เครื่องประกอบเครื่องหมายยศ ดังนี้ (๑) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ภายในกรมกอง สถานพยาบาล หรือในห้องเรียน (ก) หมวกสีขาว ใช้ผ้าเย็บติดกันเป็นรูปหมวกพยาบาลมีกระบังหน้า กว้าง ๑๐ เซนติเมตร เฉพาะนายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร เหนือกระบังมีแถบสีเทาแก่ ทำด้วยริบบิ้นกำมะหยี่ กว้าง ๒ เซนติเมตร เรียกว่า แถบใหญ่ กว้าง ๑ เซนติเมตร เรียกว่า แถบเล็ก ประดับตามยาวโดยตลอด ขนานและห่างจากริมบนของกระบัง ๑.๕ เซนติเมตร มีจำนวนแถบดังนี้ คือ นายทหารประทวน แถบเล็ก ๑ แถบ นายทหารสัญญาบัตร แถบเล็ก ๒ แถบ เว้นระยะห่างแถบ ๑ เซนติเมตร นายทหารสัญญาบัตรซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพยาบาลหญิง และผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลทหารอากาศ แถบใหญ่ ๑ แถบ (ข) เสื้อกระโปรงติดกันและสายคาดเอวสีขาว เสื้อคอแบะแบบคอมน ตั้งแต่คอถึงเอวผ่าตลอดตามแนวอกเสื้อ ด้านในมีดุมขัดแขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕ เซนติเมตร ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร กระโปรงยาวคลุมเข่าไม่เกินครึ่งน่อง เอวติดกันกับเสื้อและผ่าติดต่อเป็นมุมฉากจากแนวอกของเสื้อ ตามแนวเอวไปจดรอยผ่าเอวทางด้านซ้ายชายกระโปรงไม่บานจนเกินไป ด้านหน้ามีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีปกตรงกลางด้านล่างของกระเป๋าและขอบกระเป๋าเป็นรูปแหลมพองาม สายคาดเอว กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวรอบเอว ปลายทั้ง ๒ ข้าง เป็นรูปแหลมชายมน ปลายขวาทับปลายซ้ายที่กึ่งกลางเอวด้านหน้าและขัดดุมสีทองขนาดเล็ก ๑ ดุม (ค) รองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาว ชนิดผูกเชือก ส้นเตี้ย ไม่มีริ้วและลวดลาย (ง) ถุงเท้าสั้นสีขาว (๒) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในงานเกียรติยศหรืองานทั่วไปใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑) เว้นแต่ (ก) เสื้อ ให้ใช้แขนยาว ข้อมือพับขัดดุมสีทอง ลักษณะเช่นเดียวกับดุมสายคาดเอว เว้นแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ๒ ดุม มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกัน (ข) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว ส้นใหญ่พอสมควร สูงไม่เกิน ๕ เซนติเมตร ไม่มีริ้วและลวดลาย (ค) ถุงเท้ายาวสีขาว เมื่อแต่งเครื่องแบบตาม (๑) หรือ (๒) จะใช้เสื้อคลุมกันหนาวสีเทาทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ คอปกแบบคอมนคลุมไหล่ ไม่มีแขน ซับในสีแดง ตัวยาวเท่าเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่ใต้คอปกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ ดุม มีสายสีเดียวกับดุม คล้องติดกันก็ได้ (๓) ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม หรือปฏิบัติราชการนอกหน่วยที่ตั้งปกติให้ใช้เครื่องแบบเช่นเดียวกับ (๑) เว้นแต่ (ก) เสื้อคอพับสีขาว แบบคอแหลม ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพกที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ๕ ดุม แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ปลายแขนพับจากด้านใน ๒.๕ เซนติเมตร ออกข้างนอกเป็นรูปแหลม ๔ เซนติเมตร ตัวเสื้อด้านหน้าที่อกข้างซ้ายมีกระเป๋าปะ ๑ กระเป๋า ที่กึ่งกลางกระเป๋าปักเครื่องหมายราชการของหน่วยที่สังกัด และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะตัวเสื้อด้านหลังมีแถบคาดเอว กว้าง ๓ เซนติเมตร ยาวจดตะเข็บข้างทั้งสองข้างที่แนวตะเข็บข้างเปิดชายเสื้อด้านล่างจดแถบคาดเอว (ข) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีเทา (ค) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีขาว หรือรองเท้าหุ้มส้นผ้าใบสีขาวชนิดผูกเชือกส้นเตี้ย ไม่มีริ้วและลวดลาย

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ ทหารซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาล จะใช้เสื้อหรือผ้ากันเปื้อนก็ได้ ในเวลาปฏิบัติหน้าที่ในสนาม ให้แต่งเครื่องแบบสนามเช่นเดียวกับทหารทั่วไป สำหรับทหารชาย ที่หมวกเหล็กให้มีเครื่องหมายกาชาด ที่ด้านหน้าหมวกและด้านหลังหมวก กับที่แขนเสื้อข้างซ้ายระหว่างไหล่กับข้อศอกพันผ้าพันแขนสีขาวกว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ด้านนอก สำหรับทหารหญิงให้ใช้เครื่องหมายกาชาดบนพื้นวงกลมสีขาว ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จเส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เซนติเมตร เย็บติดที่ไหล่เสื้อข้างซ้ายห่างจากตะเข็บไหล่ ๒ เซนติเมตร

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ เสื้อคลุมกันหนาวคอแบะแบบแหลมสีเทาสำหรับทหารชาย ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุมสีเทาขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก และมีเข็ดขัดทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อกว้าง ๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทอง ขดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางตั้งย่อมุม ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติเทาคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อนและใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ข้อ ๕๙

ข้อ ๕๙ เสื้อคลุมกันหนาวคอปกแบบคอมน สีเทาสำหรับทหารหญิง ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จ ตัวยาวครึ่งน่อง ที่แนวอกมีดุม ๒ แถว แถวละ ๒ ดุม ด้านหลังที่แนวเอวมีดุมข้างละ ๑ ดุม และมีแผ่นสักหลาดหรือเสิร์จชนิดเดียวกับเสื้อสำหรับขัดดุมรัดเอว ด้านข้างมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมสีเทาขนาดใหญ่ เสื้อแบบนี้ให้ติดเครื่องหมายยศและเครื่องหมายสังกัดของเครื่องแบบปกติคอพับที่ใช้อินทรธนูอ่อน และใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด

ข้อ ๖๐

ข้อ ๖๐ เสื้อหรือผ้าคลุมกันฝนสีเทาหรือสีน้ำเงินดำ ไม่ติดเครื่องหมายใด ๆ ใช้สวมคลุมเครื่องแบบได้ทุกชนิด แต่ห้ามสวมขณะประจำแถวทหาร ขณะสวมเสื้อกันฝนหรือใช้ผ้าคลุมกันฝน ถ้าใช้หมวกทรงหม้อตาลจะใช้พลาสติกสีขาวชนิดใสหรือผ้าสีเดียวกับเสื้อหุ้มหมวกก็ได้

ข้อ ๖๑

ข้อ ๖๑ ในโอกาสขี่ม้า เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงขายาวสีเทา จะใช้กางเกงแบบขี่ม้าสีเทาและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงินก็ได้ เมื่อแต่งเครื่องแบบที่ใช้กางเกงแถบ ให้ใช้กางเกงแถบแบบขี่ม้าและรองเท้าสูงหนังสีดำติดเดือยทำด้วยโลหะสีเงิน

ข้อ ๖๒

ข้อ ๖๒ ทหารซึ่งได้รับเครื่องหมายความสามารถในการบินของสโมสรการบินให้ใช้ประกอบกับเครื่องแบบได้ทุกชนิด และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือปกกระเป๋า ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสรอกแข็งหรือเครื่องแบบสโมสรอกอ่อน ให้ใช้ขนาดย่อลงครึ่งหนึ่ง

ข้อ ๖๓

ข้อ ๖๓[๔๙] ตราหน้าหมวก มีดังนี้ (๑) พลทหาร นักเรียนจ่าอากาศ นายทหารประทวน และนายทหารสัญญาบัตร (ก) ตราหน้าหมวกโลหะ เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง ขนาดใหญ่ กว้าง ๖ เซนติเมตร สูง ๗ เซนติเมตร ขนาดกลาง กว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร ขนาดเล็ก กว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร (ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น เป็นรูปปีกนก ๒ ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๖ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ ขนาดใหญ่ กว้าง ๗ เซนติเมตร สูง ๘ เซนติเมตร ขนาดเล็ก กว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร (๒) นักเรียนนายเรืออากาศ (ก) ตราหน้าหมวกโลหะเป็นรูปปีกนก ๒ ปีกสีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงินเบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง กว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร (ข) ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นหรือทำด้วยวัตถุเทียมดิ้น เป็นรูปปีกนก ๒ ปีก สีเงินวางทับอยู่บนวงช่อชัยพฤกษ์สีทอง ๒ ข้าง ข้างละ ๔ ใบ ที่ใบชัยพฤกษ์จดกันมีโบสีเงิน เบื้องบนของปีกนกมีอุณาโลมสีเงินในพระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีทอง บนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินดำรูปใบโพ กว้าง ๔ เซนติเมตร สูง ๕ เซนติเมตร

ข้อ ๖๔

ข้อ ๖๔ ดุมมี ๔ ชนิด ดังนี้ (๑) ดุมสีทอง ทำด้วยโลหะ มีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย มีเส้นขอบโดยรอบ ภายในเส้นขอบมีลายดุนเป็นรูปดาว ๕ กลีบ อยู่เหนือปีกนก ๒ ปีก (๒) ดุมสีเทา ทำด้วยวัตถุมีลักษณะกลมแบน มีรูสำหรับเย็บติด ๒ ถึง ๔ รู (๓) ดุมสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับดุมสีเทา (๔) ดุมเกลี้ยงสีเทา ทำด้วยโลหะมีลักษณะกลมนูนเล็กน้อย ไม่มีรู ดุมทั้ง ๔ ชนิดนี้มี ๒ ขนาด คือ ขนาดใหญ่ เส้นผ้าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร ขนาดเล็ก เส้นผ้าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร

ข้อ ๖๔

ข้อ ๖๔ ทวิ[๕๐] เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนาม จะใช้หมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัดและรองเท้าของเครื่องแบบสนามเป็นสีกากีแกมเขียว หรือสีกากีแกมเขียวสลับดำหรือสลับเหลืองก็ได้

ข้อ ๖๕

ข้อ ๖๕ เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนามหรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ จะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบตามที่กองทัพอากาศกำหนดขึ้นตามความจำเป็นหรือสมควรก็ได้

ข้อ ๖๖

ข้อ ๖๖ ให้กองทัพอากาศสร้างเครื่องแบบตัวอย่าง หรือเขียนรูปเครื่องแบบตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๑๑ จอมพล ถ. กิตติขจร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากเครื่องหมายยศที่ใช้กับเสื้อคอพับของเครื่องแบบทหารอากาศและเครื่องแบบฝึกหัดยังไม่เหมาะสมกับกาลสมัย ประกอบกับทางราชการได้พิจารณากำหนดเครื่องแบบสวนสนามและเครื่องแบบกันหนาวของนักเรียนนายเรืออากาศขึ้นใหม่ ทั้งเห็นสมควรปรับปรุงส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องแบบบางอย่างให้เหมาะสมยิ่งขึ้น กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๕๑] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีนักเรียนนายเรืออากาศเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัย จึงสมควรกำหนดเครื่องหมายของนักเรียนนายเรืออากาศซึ่งเข้าศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔[๕๒] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการสนามของทหารอากาศซึ่งปฏิบัติราชการสนามร่วมกับทหารบกซึ่งแต่งเครื่องแบบสนามสีกากีแกมเขียวอยู่แล้ว สมควรกำหนดสีของหมวก เสื้อ กางเกง เข็มขัด และรองเท้าของเครื่องแบบสนามสำหรับทหารอากาศให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๖[๕๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๓ ได้กำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศไว้เพียง ๓ ประเภทนั้น บัดนี้ สมควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศเพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ช่างอากาศ เจ้าหน้าที่สื่อสาร เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ เจ้าหน้าที่ถ่ายรูป เจ้าหน้าที่ขนส่งทางอากาศ เจ้าหน้าที่ต้อนรับบนอากาศยาน แพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์การบินในการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ นอกจากนี้ควรกำหนดเครื่องหมายความสามารถในการทำหน้าที่ต้นหน ชั้นที่ ๓ ขึ้นอีกด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗[๕๔] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกองนักเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ และกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ กรมอากาศโยธิน ได้รับพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นกองนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ และกองพันทหารอากาศโยธิน ๑ รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน เพื่อเป็นเกียรติประวัติของหน่วยทหาร สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบทหารอากาศให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และสมควรแก้ไขอักษรย่อของนักเรียนนายเรืออากาศให้ถูกต้องตรงกับที่กระทรวงกลาโหมกำหนด จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘[๕๕] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะเพิ่มขึ้นสำหรับนักเรียนทหาร นายทหารประทวน และนายทหารสัญญาบัตรชาย และให้มีเครื่องแบบปกติเทาคอแบะปล่อยเอวและเครื่องแบบปกติเทาอ่อนคอแบะปล่อยเอวเพิ่มขึ้นสำหรับทหารหญิง กับให้ใช้หมวกหนีบสีเทา เข็มขัดทำด้วยวัตถุเทียมด้ายถัก และให้ใช้วัตถุเทียมดิ้นทอง วัตถุเทียมไหมทอง ทำส่วนประกอบของเครื่องแบบได้ด้วย รวมทั้งปรับปรุงส่วนประกอบบางชนิดของเครื่องแบบทหารอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับเครื่องแบบที่กำหนดขึ้นใหม่และเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙[๕๖] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเครื่องแบบและส่วนประกอบของเครื่องแบบทหารอากาศ เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการปฏิบัติราชการ และเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดเครื่องหมายสังกัดของกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ กรมการลาดตระเวนทางอากาศ สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง และศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นส่วนราชการในกองทัพอากาศ สมควรกำหนดเครื่องหมายสังกัดของส่วนราชการดังกล่าว ประกอบกับสมควรเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดของเครื่องหมายความสามารถในการทำงานในอากาศ รวมทั้งกำหนดวิธีประดับให้เหมาะสมและเป็นสัญญลักษณ์ของทหารอากาศมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๐[๕๗] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงส่วนประกอบของเครื่องแบบทหารอากาศในส่วนที่เกี่ยวกับสายกระบี่ของนายทหารสัญญาบัตรจากเดิมที่มีการใช้สองรูปแบบให้เหลือเพียงรูปแบบเดียว เพื่อให้สะดวกและเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปณตภร/ผู้จัดทำ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๖๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๔ กรกฎาคม ๒๕๑๑ [๒] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๔] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๕] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๖] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๗] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๘] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๙] ข้อ ๑๑ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๑๐] ข้อ ๑๑ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๑๑] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๑๒] ข้อ ๑๒ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๑๓] ข้อ ๑๒ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๑๔] ข้อ ๑๒ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๑๕] ข้อ ๑๒ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๑๖] ข้อ ๑๒ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๑๗] ข้อ ๑๓ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๑๘] ข้อ ๑๕ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๒๐ [๑๙] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๒๐] ข้อ ๑๗ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๒๑] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๒๒] ข้อ ๑๙ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๒๓] ข้อ ๑๙ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๒๔] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๒๕] ข้อ ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๒๖] ข้อ ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๒๗] ข้อ ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๒๘] ข้อ ๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๒๙] ข้อ ๒๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓๐] ข้อ ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓๑] ข้อ ๓๒ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๓๒] ข้อ ๓๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓๓] ข้อ ๓๓ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๓๔] ข้อ ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓๕] ข้อ ๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๓๖] ข้อ ๓๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๓๗] ข้อ ๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๓๘] ข้อ ๓๗ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๓๙] ข้อ ๓๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๗ [๔๐] ข้อ ๓๘ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๔๑] ข้อ ๔๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๔๒] ข้อ ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๔๓] ข้อ ๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๘ [๔๔] ข้อ ๔๔ (๓) เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๔๕] ข้อ ๔๖ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๔๖] ข้อ ๔๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๔๗] ข้อ ๕๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๔๘] ข้อ ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๔๙] ข้อ ๖๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๙ [๕๐] ข้อ ๖๔ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศ ฉบับที่ ๑๔ [๕๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๑/หน้า ๙๙๙/๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ [๕๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๒๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ มีนาคม ๒๕๑๖ [๕๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ [๕๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๘๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๕๗/๓ ธันวาคม ๒๕๒๓ [๕๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๘๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๕๖/๒ ธันวาคม ๒๕๒๘ [๕๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๒๒/หน้า ๕๔๘/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๔ [๕๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๙/๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).