法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดจำนวนกรรมการ

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา

การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ

วาระการดำรงตำแหน่ง

และการพ้นจากตำแหน่ง

ของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พ.ศ.

๒๕๔๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด

เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย

“องค์กรวิชาชีพ” หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย

“องค์กรเอกชน” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีกรรมการจำนวนยี่สิบหกคน

ประกอบด้วย

(๑) ประธานกรรมการ

(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนแปดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

เลขาธิการสภาการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

เลขาธิการคุรุสภา ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

และผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

(๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน

จำนวนหนึ่งคน

(๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จำนวนหนึ่งคน

(๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ

จำนวนหนึ่งคน

(๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสิบสามคน

ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ

ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการศึกษาปฐมวัย ด้านการประถมศึกษาด้านการมัธยมศึกษา

ด้านการอาชีวศึกษา ด้านการศึกษาเอกชน ด้านการศึกษาเพื่อคนพิการด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ด้านการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ

ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ด้านการบริหารการศึกษา

ด้านการบริหารงานบุคคลด้านการงบประมาณ การเงินและการคลัง

ด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้า และบริการ ด้านการศาสนา

ศิลปะและวัฒนธรรม ด้านการกีฬา และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน จำนวนสิบสองคน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งมหาเถรสมาคมเสนอ

จำนวนหนึ่งรูป

(๗) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๓) (๔) (๕)

และ (๖) ยกเว้นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งเสนอโดยมหาเถรสมาคม

ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ

หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม

จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ

(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(๗) เป็นที่ยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ

มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) การสรรหาและการเลือกผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ ให้องค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษาโดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

สภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีโรงเรียนในสังกัด และองค์กรวิชาชีพแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ

ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ แห่งละหนึ่งคน จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนตามข้อ ๒ (๓) (๔) หรือ (๕)

ในการสรรหาและการเลือก ให้แต่ละประเภทขององค์กรแยกกันดำเนินการ

(๒) การสรรหาและการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งเสนอชื่อผู้ที่มีความรู้

ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง ๆ ตามข้อ ๒ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ แห่งละหนึ่งคน

และให้มหาเถรสมาคมเสนอชื่อพระภิกษุที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ

และประสบการณ์ทางด้านพุทธศาสนาและการศึกษาหนึ่งรูป

ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา

ร่วมกันสรรหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง

ๆ ตามข้อ ๒ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ จำนวนยี่สิบหกคน เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือสิบสามคนกับพระภิกษุซึ่งมหาเถรสมาคมเสนอหนึ่งรูป

(๓) การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้กรรมการโดยตำแหน่งตาม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ (๒) และ (๗) และผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ตาม (๑) และ (๒) ร่วมกันเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม (๑) (๒) และ (๓)

เสร็จสิ้นแล้ว ให้นำรายชื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้

ให้เป็นไปตามประกาศของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ

๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย

บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓

(๕) พ้นจากการเป็นพระภิกษุ เฉพาะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งเสนอโดยมหาเถรสมาคม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๒

(๓) (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้

ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ดำเนินการสรรหากรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ามารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ

๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ไว้

ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ปองพล อดิเรกสาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา

๑๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์

และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

พัชรินทร์/สุนันทา

แก้ไข

๒๒

กันยายน ๒๕๔๖

A+B

ดลธี/ผู้จัดทำ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พัชรินทร์/ตรวจ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๖๓ ก/หน้า ๔๐/๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8089521e4689978b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com