附則
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดจำนวนกรรมการ
คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา
การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่ง
ของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.
๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
กรรมการ หมายความว่า กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
องค์กรวิชาชีพ หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
องค์กรเอกชน หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีกรรมการจำนวนยี่สิบหกคน
ประกอบด้วย
(๑) ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนแปดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เลขาธิการสภาการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
เลขาธิการคุรุสภา ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน
จำนวนหนึ่งคน
(๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จำนวนหนึ่งคน
(๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ
จำนวนหนึ่งคน
(๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสิบสามคน
ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการศึกษาปฐมวัย ด้านการประถมศึกษาด้านการมัธยมศึกษา
ด้านการอาชีวศึกษา ด้านการศึกษาเอกชน ด้านการศึกษาเพื่อคนพิการด้านการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ด้านการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ด้านการบริหารการศึกษา
ด้านการบริหารงานบุคคลด้านการงบประมาณ การเงินและการคลัง
ด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้า และบริการ ด้านการศาสนา
ศิลปะและวัฒนธรรม ด้านการกีฬา และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน จำนวนสิบสองคน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งมหาเถรสมาคมเสนอ
จำนวนหนึ่งรูป
(๗) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๓ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๓) (๔) (๕)
และ (๖) ยกเว้นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งเสนอโดยมหาเถรสมาคม
ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม
จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นที่ยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม
ข้อ ๔ การสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(๑) การสรรหาและการเลือกผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ ให้องค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษาโดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี
สภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีโรงเรียนในสังกัด และองค์กรวิชาชีพแต่ละแห่งเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ
ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ แห่งละหนึ่งคน จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนตามข้อ ๒ (๓) (๔) หรือ (๕)
ในการสรรหาและการเลือก ให้แต่ละประเภทขององค์กรแยกกันดำเนินการ
(๒) การสรรหาและการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งเสนอชื่อผู้ที่มีความรู้
ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง ๆ ตามข้อ ๒ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ แห่งละหนึ่งคน
และให้มหาเถรสมาคมเสนอชื่อพระภิกษุที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ทางด้านพุทธศาสนาและการศึกษาหนึ่งรูป
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา
ร่วมกันสรรหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่าง
ๆ ตามข้อ ๒ (๖) และมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ จำนวนยี่สิบหกคน เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เหลือสิบสามคนกับพระภิกษุซึ่งมหาเถรสมาคมเสนอหนึ่งรูป
(๓) การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้กรรมการโดยตำแหน่งตาม
ข้อ ๒ (๒) และ (๗) และผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ตาม (๑) และ (๒) ร่วมกันเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม (๑) (๒) และ (๓)
เสร็จสิ้นแล้ว ให้นำรายชื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการ
ข้อ ๕ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหาและการเลือกประธานกรรมการและกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปตามประกาศของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อ ๖ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย
บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓
(๕) พ้นจากการเป็นพระภิกษุ เฉพาะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพระภิกษุซึ่งเสนอโดยมหาเถรสมาคม
ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๒
(๓) (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ดำเนินการก็ได้
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ดำเนินการสรรหากรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง
และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ามารับหน้าที่
ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ
๒ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้
ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา
๑๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์
และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ
วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พัชรินทร์/สุนันทา
แก้ไข
๒๒
กันยายน ๒๕๔๖
A+B
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๖๓ ก/หน้า ๔๐/๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).