มาตรา ๖* ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการควบคุม
การประกอบโรคศิลปะ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเจ้าหน้าที่แห่งกระทรวงสาธารณสุขสามคน กระทรวงกลาโหมสามคน มหาวิทยาลัยมหิดลสองคน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสองคน กับผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาทันตกรรม เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์สาขาละสองคน และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณสองคน ซึ่งปลัดกระทรวงเป็นผู้เสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นเป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธาน
กรรมการตามวรรคหนึ่งนอกจากประธาน ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตาม
พระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม และ
ให้อยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ถ้าตำแหน่งกรรมการใดว่างลง นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้รัฐมนตรี
แต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนในตำแหน่งของกรรมการนั้น กรรมการที่แต่งตั้งขึ้นแทนให้อยู่
ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่า
จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่
*[มาตรา ๖ แก้ไขโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๘]
มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน
การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน
มาตรา ๘ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ
โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้
(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความใน
พระราชบัญญัตินี้
(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ
ในเรื่องหลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ
(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลง
เข้าใจผิดอันอาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ
มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวน
เพื่อวินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๘
(ก) และ (ข) นั้น คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้งอนุกรรมการ
ทำการสอบสวนพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติก็ได้
มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
ให้ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธานหรือ
รองประธานมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม
การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ใน
กฎกระทรวงว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับ
ก็ได้
การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).