มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้
(๑) รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) นายทะเบียนพาณิชย์ หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ผู้ประกอบพาณิชยกิจ หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งประกอบพาณิชยกิจเป็นอาชีพปกติ และให้หมายความรวมทั้งผู้เป็นหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด กรรมการ หรือผู้จัดการด้วย
(๕) สำนักงาน หมายความว่า สถานที่ซึ่งใช้ประกอบพาณิชยกิจเป็นปกติ
มาตรา ๖ ให้ถือกิจการดังต่อไปนี้เป็นพาณิชยกิจตามความหมายแห่งพระราชบัญญัตินี้
(๑) การซื้อ การขาย การขายทอดตลาด การแลกเปลี่ยน
(๒) การให้เช่า การให้เช่าซื้อ
(๓) การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนค้าต่าง
(๔) การขนส่ง
(๕) การหัตถกรรม การอุตสาหกรรม
(๖) การรับจ้างทำของ
(๗) การให้กู้ยืมเงิน การรับจำนำ การรับจำนอง
(๘) การคลังสินค้า
(๙) การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อ หรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การเครดิตฟองซิเอร์ การโพยก๊วน
(๑๐) การรับประกันภัย
(๑๑) กิจการอื่นซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๗ พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่
(๑) การค้าเร่ การค้าแผงลอย
(๒) พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
(๓) พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น
(๔) พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม
(๕) พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
(๖) พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การจดทะเบียนพาณิชย์