พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด
วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน
อำเภอเชียงคำ
จังหวัดพะเยา
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ
จังหวัดพะเยา ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ (แม่ต๋ำ) เทิง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ
จังหวัดพะเยา ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัด
วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๘
ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน
อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๒๑ สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ (แม่ต๋ำ) เทิง
ตามที่ได้กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัด
สายพะเยา ดอกคำใต้ เชียงคำ พ.ศ.
๒๕๐๘ เสร็จแล้ว และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๗๓ + ๘๘๗
กม. ที่ ๗๓ + ๙๘๗ (ด้านขวาทาง) ถูกที่วัด วัดพระธาตุสบแวน ตำบลหย่วน
อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๘ ตารางวา
ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๕๐๙๕
ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดพระธาตุสบแวนได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวงแล้ว
สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๑ กรกฎาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๑๑ กรกฎาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๕๕ ก/หน้า ๔/๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).