กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดอัตราเงินค่าสมัคร เงินค่าบำรุง และเงินสงเคราะห์
พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้กำหนดอัตราเงินค่าสมัคร เงินค่าบำรุง และเงินสงเคราะห์ ดังนี้
(๑) เงินค่าสมัครไม่เกินคนละหนึ่งร้อยบาท
(๒) เงินค่าบำรุงไม่เกินเดือนละห้าบาท หรือปีละห้าสิบบาท
(๓) เงินสงเคราะห์เรียกเก็บตามจำนวนสมาชิกที่ตาย ไม่เกินศพละ ดังนี้
(ก) หนึ่งร้อยบาท สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีสมาชิกไม่เกินสองพันห้าร้อยคน
(ข) ห้าสิบบาท สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีสมาชิกเกินสองพันห้าร้อยคนแต่ไม่เกินห้าพันคน
(ค) สามสิบบาท สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีสมาชิกเกินห้าพันคน แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นคน
(ง) ยี่สิบบาท สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีสมาชิกเกินหนึ่งหมื่นคน
ข้อ ๒ ในกรณีที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ใดมีสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือลดลงอันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงอัตราการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ให้คณะกรรมการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบังคับเปลี่ยนอัตราการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเสียใหม่ในวาระแรกที่มีการประชุมใหญ่นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิก เว้นแต่สมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นมีจำนวนไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวนสมาชิกเดิม คณะกรรมการจะไม่เสนอให้พิจารณาแก้ไขข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนอัตราการหักเงินสงเคราะห์ใหม่ก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
สรอรรถ กลิ่นประทุม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อาจหักเงินจำนวนหนึ่งไว้จากเงินสงเคราะห์ได้ตามสมควร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ตามอัตราที่ที่ประชุมใหญ่กำหนดแต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๘ ธันวาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๙/๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).