พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
พุทธศักราช ๒๔๗๙
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๒๐
สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)
เจ้าพระยายมราช
พล.อ.
เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่
๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐
เป็นปีที่ ๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการ
ประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม
ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ
โรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙
มาตรา ๒*
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐
เป็นต้นไป
*[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช
๒๔๖๖ พระราช
บัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒
พระราชบัญญัติการแพทย์แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช ๒๔๗๖ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘
และมาตรา ๑๖ แห่ง
พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
รัฐมนตรี หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
โรคศิลปะ หมายความว่า
กิจการอันเกี่ยวแก่การบำบัดโรคของมนุษย์ในสาขา
ต่าง ๆ ดั่งต่อไปนี้
(ก) เวชกรรม คือการบำบัดโรคทางยาหรือทางผ่าตัดหรือทั้งสองอย่างหรือรวมทั้ง
ทางสูติกรรมด้วย
(ข) ทันตกรรม คือการบำบัดโรคฟัน การช่างฟันหรือทั้งสองอย่าง
(ค) เภสัชกรรม คือการปรุงหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้นเป็นยา
(ง) การผดุงครรภ์
(จ) การพยาบาล
(ฉ) การกระทำโดยวิธีอื่นใดเพื่อบำบัดโรค
การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ
โดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์โดยสากลนิยม
การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ
โดยอาศัยความรู้จากตำรา หรือการบอกเล่าสืบต่อกันมา
ที่มิได้อาศัยหลักวิทยาศาสตร์โดย
สากลนิยม
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นตาม
พระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติ
การให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
แต่อัตราค่าธรรมเนียมนั้นจะกำหนดได้ไม่เกินอัตราขั้นสูง ดังต่อ
ไปนี้
(ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขา
เวชกรรมและสาขาทันตกรรม ๒๐ บาท สาขาเภสัชกรรม ๑๐ บาท
สาขาอื่น ๕ บาท
(ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขา
เวชกรรม ๔ บาท สาขาอื่น ๒ บาท
(ค) ค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑ บาท
(ง) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิธัยครั้งละ ๑ บาท
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
มาตรา ๖
ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะ ประกอบด้วย อธิบดีกรมสาธารณสุข เป็นประธาน
และเจ้าหน้าที่แห่งกรม
สาธารณสุข กรมหรือกองแพทย์ทหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แห่งละ ๒ คน กับผู้ประกอบโรค
ศิลปะในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม การผดุงครรภ์ การพยาบาล
สาขาละ ๑ คน ผู้ประกอบโรค
ศิลปะแผนโบราณ ๒ คน ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ตั้งขึ้นเป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง
เป็นรองประธาน
บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคต้นนอกจากอธิบดีกรมสาธารณสุขผู้เป็น
ประธานจะต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้
และให้ดำรงตำแหน่งคราว
หนึ่งเป็นเวลาสามปี แต่อาจถูกตั้งซ้ำอีกก็ได้
ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้กรม
องค์การหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
เลือกกรรมการขึ้นแทนให้เต็มตำแหน่งที่ว่างอยู่ กรรมการที่เข้า
มาแทนนั้น
ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะ
กรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบโรค
ศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน
การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน
มาตรา ๘
คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ
โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้
(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในพระราช
บัญญัตินี้
(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ ในเรื่อง
หลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ
(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ
ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดอัน
อาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ
มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวนเพื่อ
วินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา
๘ (ก) และ (ข) นั้น
คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้งอนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณา
เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่
เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรค
ศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติก็ได้
มาตรา ๑๐
การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้
ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธานหรือรองประธาน
มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม
การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้
การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต
มาตรา ๑๑
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือ
สินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล หรือโฆษณาด้วยวิธีใด ๆ
แสดงว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะโดย
มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบ
โรคศิลปะ ตามความในพระราชบัญญัตินี้
เว้นแต่การประกอบโรคศิลปะในกรณีต่อไปนี้
(ก) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาใดที่รัฐบาลรับรอง
กระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น
ผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว
(ข) พนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุข
ให้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของประชาชน
ในกรณีที่จำเป็น เช่นการปลูกฝี การฉีดวัคซีนหรือเซรัม
เป็นต้น
(ค) แพทย์ชาวต่างประเทศซึ่งมาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับปรึกษา
ชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสามเดือน
มาตรา ๑๒
การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ
ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง
และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง
ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม
และการผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ
ชั้นหนึ่งและชั้นสอง
มาตรา ๑๓
ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะต้อง
มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา
๑๕
มาตรา ๑๔
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ
โรคศิลปะ คือ
(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว
(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ
โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ
หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ
มาตรา ๑๕
ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้
ประกอบโรคศิลปะได้นั้นคือ
(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
(ก)
มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร์สำหรับสาขานั้น ๆ จากจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย หรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศสยาม
ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค
ศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ถ้าสาขาใด
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้ให้คณะกรรมการควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร
หรือ
(ข)
มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับ
อนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศนั้น ๆ
ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้
สอบสวนความประพฤติและความรู้ของผู้นั้นเป็นที่พอใจแล้ว
แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทยก็
ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา
(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม
ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม
หรือการผดุงครรภ์จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาใดของ
รัฐบาลหรือเทศบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยามซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไข
อันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง
(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ เป็นผู้มี
ปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง
(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ
เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษา
จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
แล้วตามกำหนดเวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ
มาตรา ๑๖
ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใด ประกอบ
โรคศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
เว้นแต่
(ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ให้ประกอบโรค
ศิลปะในสาขาอื่นได้
แต่ถ้าจะประกอบโรคศิลปะในสาขาเภสัชกรรมโดยมิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่
ราชการหรือในกิจการของเทศบาล
ให้ทำได้เฉพาะการปรุงหรือผสมยาจำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน
หรือในที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่น้อยกว่าห้ากิโลเมตรจากร้านขายยาที่มีผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา
เภสัชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งทำการอยู่แล้ว
(ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นสอง หรือในสาขา
ทันตกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนโบราณ
ให้ปรุงหรือผสมยาจำหน่าย
เฉพาะแก่คนไข้ของตนได้
มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ
จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัดและ
เงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๘
ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนด
ไว้ในกฎกระทรวง
การพักและเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๑๙
ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่จะสั่งให้
พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดยอนุมัติของรัฐมนตรีใน
กรณีดังต่อไปนี้
(ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความในมาตรา ๑๔
ในกรณีเช่นนี้
ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย
(ข) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ และศาล
ได้พิพากษาให้ลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว
หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราช
บัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะ
คณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะสั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้
การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี
ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้วให้คณะกรรมการควบคุม
การประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและยื่นคำให้
การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว
และให้มีอำนาจออกหมายเรียกพยานหลักฐานและ
บังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ
มาตรา ๒๐
ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว เมื่อพ้น
กำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีก
คณะกรรมการควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้
เมื่อพิจารณาเห็น
สมควร
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๒๑
ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ก็ดี หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว
แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก
ถอนใบอนุญาตก็ดี
กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการละเมิดต่อมาตรา ๑๑ หรือผู้ประกอบ
โรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะละเมิดต่อมาตรา ๑๖
ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา ๒๒
ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ก็ดี
หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว
แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก
ถอนใบอนุญาตก็ดี โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ
แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวง
หาผลประโยชน์หรือสินจ้าง
หรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือทั้งปรับทั้งจำ
บทบัญญัติเฉพาะกาล
มาตรา ๒๓
ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖
และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้
พระราชบัญญัตินี้
ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๔
ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้
ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช
๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียน
เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้
ภายในกำหนดเวลา
ที่ว่านี้
ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการควบคุม
การประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน
การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้
ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ)
แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอจะไม่มีความรู้
ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา
๑๔ ก็ให้มีสิทธิขึ้น
ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขาหนึ่งสาขาใด
ที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อน
วันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้รับการ
อบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยาม
หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว
เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้
สาขาเวชกรรมห้าปี
สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี
สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
(ตามมติคณะรัฐมนตรี)
พิบูลสงคราม
รัฐมนตรี
อัมพิกา/แก้ไข
๔/๓/๔๕
B+A (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).