法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๒๐

สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

เจ้าพระยายมราช

พล.อ.

เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่

๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นปีที่ ๔

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการ

ประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม

ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช

๒๔๖๖ พระราช

บัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒

พระราชบัญญัติการแพทย์แก้ไขเพิ่มเติม

พุทธศักราช ๒๔๗๖ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘

และมาตรา ๑๖ แห่ง

พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“โรคศิลปะ” หมายความว่า

กิจการอันเกี่ยวแก่การบำบัดโรคของมนุษย์ในสาขา

ต่าง ๆ ดั่งต่อไปนี้

(ก) เวชกรรม คือการบำบัดโรคทางยาหรือทางผ่าตัดหรือทั้งสองอย่างหรือรวมทั้ง

ทางสูติกรรมด้วย

(ข) ทันตกรรม คือการบำบัดโรคฟัน การช่างฟันหรือทั้งสองอย่าง

(ค) เภสัชกรรม คือการปรุงหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้นเป็นยา

(ง) การผดุงครรภ์

(จ) การพยาบาล

(ฉ) การกระทำโดยวิธีอื่นใดเพื่อบำบัดโรค

“การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ

โดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์โดยสากลนิยม

“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ

โดยอาศัยความรู้จากตำรา หรือการบอกเล่าสืบต่อกันมา

ที่มิได้อาศัยหลักวิทยาศาสตร์โดย

สากลนิยม

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นตาม

พระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติ

การให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

แต่อัตราค่าธรรมเนียมนั้นจะกำหนดได้ไม่เกินอัตราขั้นสูง ดังต่อ

ไปนี้

(ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขา

เวชกรรมและสาขาทันตกรรม ๒๐ บาท สาขาเภสัชกรรม ๑๐ บาท

สาขาอื่น ๕ บาท

(ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขา

เวชกรรม ๔ บาท สาขาอื่น ๒ บาท

(ค) ค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑ บาท

(ง) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิธัยครั้งละ ๑ บาท

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วย อธิบดีกรมสาธารณสุข เป็นประธาน

และเจ้าหน้าที่แห่งกรม

สาธารณสุข กรมหรือกองแพทย์ทหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แห่งละ ๒ คน กับผู้ประกอบโรค

ศิลปะในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม การผดุงครรภ์ การพยาบาล

สาขาละ ๑ คน ผู้ประกอบโรค

ศิลปะแผนโบราณ ๒ คน ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ตั้งขึ้นเป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง

เป็นรองประธาน

บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคต้นนอกจากอธิบดีกรมสาธารณสุขผู้เป็น

ประธานจะต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

และให้ดำรงตำแหน่งคราว

หนึ่งเป็นเวลาสามปี แต่อาจถูกตั้งซ้ำอีกก็ได้

ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้กรม

องค์การหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี

เลือกกรรมการขึ้นแทนให้เต็มตำแหน่งที่ว่างอยู่ กรรมการที่เข้า

มาแทนนั้น

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะ

กรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบโรค

ศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน

การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือน

มาตรา ๘

มาตรา ๘

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้

(ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในพระราช

บัญญัตินี้

(ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ ในเรื่อง

หลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ

(ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดอัน

อาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวนเพื่อ

วินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา

๘ (ก) และ (ข) นั้น

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้งอนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณา

เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่

เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรค

ศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้

ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธานหรือรองประธาน

มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม

การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

ว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้

การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือ

สินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล หรือโฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

แสดงว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะโดย

มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ ตามความในพระราชบัญญัตินี้

เว้นแต่การประกอบโรคศิลปะในกรณีต่อไปนี้

(ก) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาใดที่รัฐบาลรับรอง

กระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

(ข) พนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุข

ให้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของประชาชน

ในกรณีที่จำเป็น เช่นการปลูกฝี การฉีดวัคซีนหรือเซรัม

เป็นต้น

(ค) แพทย์ชาวต่างประเทศซึ่งมาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับปรึกษา

ชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสามเดือน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง

และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม

และการผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ

ชั้นหนึ่งและชั้นสอง

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะต้อง

มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา

๑๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ

โรคศิลปะ คือ

(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ

หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้

ประกอบโรคศิลปะได้นั้นคือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง

(ก)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร์สำหรับสาขานั้น ๆ จากจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย หรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศสยาม

ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค

ศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ถ้าสาขาใด

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้ให้คณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร

หรือ

(ข)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับ

อนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศนั้น ๆ

ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้

สอบสวนความประพฤติและความรู้ของผู้นั้นเป็นที่พอใจแล้ว

แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทยก็

ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม

ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม

หรือการผดุงครรภ์จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาใดของ

รัฐบาลหรือเทศบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยามซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไข

อันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ เป็นผู้มี

ปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง

(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษา

จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

แล้วตามกำหนดเวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใด ประกอบ

โรคศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

เว้นแต่

(ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ให้ประกอบโรค

ศิลปะในสาขาอื่นได้

แต่ถ้าจะประกอบโรคศิลปะในสาขาเภสัชกรรมโดยมิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่

ราชการหรือในกิจการของเทศบาล

ให้ทำได้เฉพาะการปรุงหรือผสมยาจำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน

หรือในที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่น้อยกว่าห้ากิโลเมตรจากร้านขายยาที่มีผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา

เภสัชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งทำการอยู่แล้ว

(ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นสอง หรือในสาขา

ทันตกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนโบราณ

ให้ปรุงหรือผสมยาจำหน่าย

เฉพาะแก่คนไข้ของตนได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ

จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัดและ

เงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนด

ไว้ในกฎกระทรวง

การพักและเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่จะสั่งให้

พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดยอนุมัติของรัฐมนตรีใน

กรณีดังต่อไปนี้

(ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความในมาตรา ๑๔

ในกรณีเช่นนี้

ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย

(ข) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ และศาล

ได้พิพากษาให้ลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว

หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราช

บัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะ

คณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะสั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้วให้คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและยื่นคำให้

การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว

และให้มีอำนาจออกหมายเรียกพยานหลักฐานและ

บังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว เมื่อพ้น

กำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีก

คณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้

เมื่อพิจารณาเห็น

สมควร

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ก็ดี หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก

ถอนใบอนุญาตก็ดี

กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการละเมิดต่อมาตรา ๑๑ หรือผู้ประกอบ

โรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะละเมิดต่อมาตรา ๑๖

ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ

ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ก็ดี

หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว

แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก

ถอนใบอนุญาตก็ดี โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ

แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวง

หาผลประโยชน์หรือสินจ้าง

หรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ

ปรับไม่เกินร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน

หรือทั้งปรับทั้งจำ

บทบัญญัติเฉพาะกาล

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้

พระราชบัญญัตินี้

ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้

ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช

๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียน

เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้

ภายในกำหนดเวลา

ที่ว่านี้

ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน

การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้

ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ)

แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอจะไม่มีความรู้

ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา

๑๔ ก็ให้มีสิทธิขึ้น

ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขาหนึ่งสาขาใด

ที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อน

วันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้รับการ

อบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยาม

หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว

เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้

สาขาเวชกรรมห้าปี

สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี

สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรี

อัมพิกา/แก้ไข

๔/๓/๔๕

B+A (C)

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8332ef41a36f6bd6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com