我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479

法律・公布 1937-04-26・全 25 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘) เจ้าพระยายมราช พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า เป็นการสมควรที่จะบำรุงมาตรฐานการ ประกอบโรคศิลปะให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ โรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ เป็นต้นไป *[รก.๒๔๘๐/-/๑๖๐/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ พระราช บัญญัติการแพทย์เพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๒ พระราชบัญญัติการแพทย์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ “โรคศิลปะ” หมายความว่า กิจการอันเกี่ยวแก่การบำบัดโรคของมนุษย์ในสาขา ต่าง ๆ ดั่งต่อไปนี้ (ก) เวชกรรม คือการบำบัดโรคทางยาหรือทางผ่าตัดหรือทั้งสองอย่างหรือรวมทั้ง ทางสูติกรรมด้วย (ข) ทันตกรรม คือการบำบัดโรคฟัน การช่างฟันหรือทั้งสองอย่าง (ค) เภสัชกรรม คือการปรุงหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้นเป็นยา (ง) การผดุงครรภ์ (จ) การพยาบาล (ฉ) การกระทำโดยวิธีอื่นใดเพื่อบำบัดโรค “การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์โดยสากลนิยม “การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยความรู้จากตำรา หรือการบอกเล่าสืบต่อกันมา ที่มิได้อาศัยหลักวิทยาศาสตร์โดย สากลนิยม

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติ การให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ แต่อัตราค่าธรรมเนียมนั้นจะกำหนดได้ไม่เกินอัตราขั้นสูง ดังต่อ ไปนี้ (ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขา เวชกรรมและสาขาทันตกรรม ๒๐ บาท สาขาเภสัชกรรม ๑๐ บาท สาขาอื่น ๕ บาท (ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขา เวชกรรม ๔ บาท สาขาอื่น ๒ บาท (ค) ค่าใบแทนใบอนุญาตฉบับละ ๑ บาท (ง) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิธัยครั้งละ ๑ บาท กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

หมวด ๑

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมการ ประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วย อธิบดีกรมสาธารณสุข เป็นประธาน และเจ้าหน้าที่แห่งกรม สาธารณสุข กรมหรือกองแพทย์ทหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งละ ๒ คน กับผู้ประกอบโรค ศิลปะในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม การผดุงครรภ์ การพยาบาล สาขาละ ๑ คน ผู้ประกอบโรค ศิลปะแผนโบราณ ๒ คน ซึ่งรัฐมนตรีจะได้ตั้งขึ้นเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง เป็นรองประธาน บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคต้นนอกจากอธิบดีกรมสาธารณสุขผู้เป็น ประธานจะต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำรงตำแหน่งคราว หนึ่งเป็นเวลาสามปี แต่อาจถูกตั้งซ้ำอีกก็ได้ ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้กรม องค์การหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เลือกกรรมการขึ้นแทนให้เต็มตำแหน่งที่ว่างอยู่ กรรมการที่เข้า มาแทนนั้น ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มีเลขาธิการนายทะเบียนนายหนึ่งเป็นเลขานุการของคณะ กรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบโรค ศิลปะ และในกิจการอื่นทั่วไปในสำนักงานเลขาธิการนายทะเบียน การแต่งตั้งเลขาธิการนายทะเบียน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือน

มาตรา ๘

มาตรา ๘ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (ก) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตแก่บุคคลซึ่งสมควรเป็นผู้ประกอบ โรคศิลปะตามความในพระราชบัญญัตินี้ (ข) สั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในพระราช บัญญัตินี้ (ค) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่น ๆ ในเรื่อง หลักสูตรการศึกษาวิชาในสาขาต่าง ๆ แห่งโรคศิลปะ (ง) โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ ตามที่เห็นสมควรเพื่อมิให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดอัน อาจเป็นอันตรายเนื่องจากการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตหรือการไต่สวนเพื่อ วินิจฉัยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๘ (ก) และ (ข) นั้น คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจตั้งอนุกรรมการทำการสอบสวนพิจารณา เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ อนุกรรมการนี้จะตั้งจากบุคคลที่ เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ หรือจากผู้อื่นที่เป็นผู้ประกอบโรค ศิลปะโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้ ประธานหรือรองประธานเป็นผู้เรียกประชุม และต้องมีกรรมการรวมทั้งประธานหรือรองประธาน มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงจะเป็นองค์ประชุม การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ว่า ให้ถือคะแนนเสียงสองในสาม อนึ่งที่ประชุมอาจมีมติให้ลงคะแนนลับก็ได้ การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต

หมวด ๒

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือ สินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล หรือโฆษณาด้วยวิธีใด ๆ แสดงว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะโดย มิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบ โรคศิลปะ ตามความในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่การประกอบโรคศิลปะในกรณีต่อไปนี้ (ก) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาใดที่รัฐบาลรับรอง กระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น ผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว (ข) พนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุข ให้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของประชาชน ในกรณีที่จำเป็น เช่นการปลูกฝี การฉีดวัคซีนหรือเซรัม เป็นต้น (ค) แพทย์ชาวต่างประเทศซึ่งมาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับปรึกษา ชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสามเดือน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม และการผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ ชั้นหนึ่งและชั้นสอง

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะต้อง มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ โรคศิลปะ คือ (๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว (๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ (๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ (๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ ประกอบโรคศิลปะได้นั้นคือ (๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร์สำหรับสาขานั้น ๆ จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศสยาม ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค ศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ถ้าสาขาใด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้ให้คณะกรรมการควบคุมการ ประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร หรือ (ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับ อนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศนั้น ๆ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้ สอบสวนความประพฤติและความรู้ของผู้นั้นเป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทยก็ ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา (๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม หรือการผดุงครรภ์จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาใดของ รัฐบาลหรือเทศบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยามซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไข อันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง (๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ เป็นผู้มี ปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง (๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษา จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ แล้วตามกำหนดเวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ

หมวด ๓

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใด ประกอบ โรคศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เว้นแต่ (ก) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ให้ประกอบโรค ศิลปะในสาขาอื่นได้ แต่ถ้าจะประกอบโรคศิลปะในสาขาเภสัชกรรมโดยมิใช่เป็นการกระทำในหน้าที่ ราชการหรือในกิจการของเทศบาล ให้ทำได้เฉพาะการปรุงหรือผสมยาจำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน หรือในที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่น้อยกว่าห้ากิโลเมตรจากร้านขายยาที่มีผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา เภสัชกรรมแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งทำการอยู่แล้ว (ข) ผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนปัจจุบันชั้นสอง หรือในสาขา ทันตกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาเวชกรรมแผนโบราณ ให้ปรุงหรือผสมยาจำหน่าย เฉพาะแก่คนไข้ของตนได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะ จะประกอบโรคศิลปะได้ภายในข้อจำกัดและ เงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบโรคศิลปะจะต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนด ไว้ในกฎกระทรวง การพักและเพิกถอนใบอนุญาต

หมวด ๔

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจที่จะสั่งให้ พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งได้ออกให้แก่ผู้ประกอบโรคศิลปะไปแล้วได้โดยอนุมัติของรัฐมนตรีใน กรณีดังต่อไปนี้ (ก) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะขาดคุณสมบัติตามความในมาตรา ๑๔ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย (ข) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ และศาล ได้พิพากษาให้ลงโทษคดีถึงที่สุดแล้ว หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราช บัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะ คณะกรรมการ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะสั่งให้พักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้วให้คณะกรรมการควบคุม การประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและยื่นคำให้ การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว และให้มีอำนาจออกหมายเรียกพยานหลักฐานและ บังคับพยานให้สาบานหรือปฏิญาณตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่ผู้ประกอบโรคศิลปะได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว เมื่อพ้น กำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้นั้นได้ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบโรคศิลปะอีก คณะกรรมการควบคุมการ ประกอบโรคศิลปะอาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้นั้นใหม่ได้ เมื่อพิจารณาเห็น สมควร บทกำหนดโทษ

หมวด ๕

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ก็ดี หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก ถอนใบอนุญาตก็ดี กระทำการประกอบโรคศิลปะอันเป็นการละเมิดต่อมาตรา ๑๑ หรือผู้ประกอบ โรคศิลปะผู้ใดกระทำการประกอบโรคศิลปะละเมิดต่อมาตรา ๑๖ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ใดโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ก็ดี หรือได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว แต่อยู่ในระหว่างถูกพักหรือเพิก ถอนใบอนุญาตก็ดี โฆษณาด้วยวิธีใด ๆ แสดงว่าพร้อมที่จะกระทำการประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวง หาผลประโยชน์หรือสินจ้าง หรือเพื่อบำเหน็จรางวัลหรือไม่ก็ตาม ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ บทบัญญัติเฉพาะกาล

หมวด ๖

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ตามพระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันใช้ พระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตโดยชอบด้วยพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียน เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลา ที่ว่านี้ ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการควบคุม การประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอจะไม่มีความรู้ ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ ก็ให้มีสิทธิขึ้น ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขาหนึ่งสาขาใด ที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อน วันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้รับการ อบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยาม หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้ สาขาเวชกรรมห้าปี สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) พิบูลสงคราม รัฐมนตรี อัมพิกา/แก้ไข ๔/๓/๔๕ B+A (C)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查