พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร
ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๘[๑]
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘
เป็นปีที่ ๕๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๑๒ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความใน (๖) ของมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๖) หัวหน้าสถานเอกอัครราชทูต
หัวหน้าคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ
หัวหน้าคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก
รองหัวหน้าสถานเอกอัครราชทูต รองหัวหน้าคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ
รองหัวหน้าคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ
และรองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๕
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาเฉพาะ (วช.)
ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป ดังต่อไปนี้
(ก)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว
ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๔) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๕) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๖) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๗) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๑) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๒) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่
(๑๓) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
(ข)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี
(๒) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมชลประทาน
(๔) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์
(๕) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ
(ค)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป
(๒) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี
(๓) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี
(๔) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี
(๕) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์
(๗) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร
มาตรา ๕
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๙
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ
(วช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป ดังต่อไปนี้
(ก)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรองและรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าวซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๔) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๕) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๖) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๗) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๑) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๒) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่
(๑๓) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
(ข)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี
(๒) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมชลประทาน
(๔) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์
(๕) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ
(ค)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป
(๒) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี
(๓) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี
(๔) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี
(๕) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์
(๗) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๔
ตำแหน่งข้าราชการทหารที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.)
ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.ท. หรือ น.ท. ขึ้นไป ดังต่อไปนี้
(ก) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว
ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๔) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๕) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๖) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๗) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๑) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๒) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเหมืองแร่
(๑๓) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
(ข) ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี
(๒) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมชลประทาน
(๔) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์
(๕) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมปิโตรเลียม
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ
(ค)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป
(๒) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี
(๓) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี
(๔) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี
(๕) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์
(๗) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร
(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมแผนที่
(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมอากาศยาน
(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมอุทกศาสตร์
มาตรา ๗
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๓๑
ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ (วช.)
ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พ.ต.ท. ขึ้นไป ดังต่อไปนี้
(ก)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
โดยมีองค์กรตามกฎหมายทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรอง และรับรองการประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะกายภาพบำบัด
(๒) วิชาชีพเฉพาะการทันตแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะการพยาบาล
(๔) วิชาชีพเฉพาะการแพทย์
(๕) วิชาชีพเฉพาะการสัตวแพทย์
(๖) วิชาชีพเฉพาะเทคนิคการแพทย์
(๗) วิชาชีพเฉพาะเภสัชกรรม
(๘) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมเครื่องกล
(๙) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้า
(๑๐) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร
(๑๑) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโยธา
(๑๒) วิชาชีพเฉพาะสถาปัตยกรรม
(ข)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะฟิสิกส์รังสี
(๒) วิชาชีพเฉพาะรังสีการแพทย์
(๓) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมนิวเคลียร์
(๔) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมโลหการ
(ค)
ตำแหน่งที่มีลักษณะงานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติโดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้มีคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้
และเป็นงานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีลักษณะในเชิงวิจัยและพัฒนา
อีกทั้งเป็นงานที่ขาดแคลนกำลังคนในภาคราชการ ซึ่งได้แก่ตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะ
ดังต่อไปนี้
(๑) วิชาชีพเฉพาะการผลิตไอโซโทป
(๒) วิชาชีพเฉพาะกีฏวิทยารังสี
(๓) วิชาชีพเฉพาะชีววิทยารังสี
(๔) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์เคมี
(๕) วิชาชีพเฉพาะนิวเคลียร์ฟิสิกส์
(๖) วิชาชีพเฉพาะวิทยาการคอมพิวเตอร์
(๗) วิชาชีพเฉพาะวิศวกรรมการเกษตร
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร ศิลปอาชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดตำแหน่งข้าราชการที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓
กวินทราดา/ผู้ตรวจ
๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๕๐
ก/หน้า ๒๐/๖ ธันวาคม ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).