ข้อ ๑๓ ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องเป็นถังที่ออกแบบและผลิตตามมาตรฐาน ASME Boiler and Pressure Vessel Code Section VIII Division 1 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยใช้ความดันในการออกแบบไม่น้อยกว่า ๑.๗๒๔ เมกาปาสกาลมาตร
หัวถังและตัวถังของถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับการออกแบบและผลิตให้มีความหนาใกล้เคียงกัน โดยโลหะที่ใช้ขึ้นรูปหัวถังต้องมีความหนามากกว่าหรือเท่ากันกับตัวถัง
ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องผ่านกรรมวิธีทางความร้อน (heat treatment) ภายหลังการเชื่อม และต้องมีเอกสารรับรองจากผู้ผลิต ยกเว้นถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ผลิตจากเหล็กกล้าเจือสูง (high alloy steel) หรือวัสดุที่ไม่ใช่เหล็ก (non-ferrous material)
ข้อ ๑๔ ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่มีปริมาตรเกิน ๕,๐๐๐ ลิตร ต้องมีช่องคนลอด (manhole) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๔๐๐ มิลลิเมตร
ข้อ ๑๕ ภายในถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องมีแผ่นกันกระฉอก (baffle plate) ทุก ๆ ปริมาตร ๗,๕๐๐ ลิตร และแผ่นกันกระฉอกต้องมีขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของพื้นที่หน้าตัดตามขวางของถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ ๑๖ ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องมีข้อต่อที่จะติดตั้งอุปกรณ์อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) ท่อรับและท่อจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๒) เครื่องวัดระดับก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๓) กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบาย ไม่เกินสองจุด
เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ตาม (๒) และ (๓) แล้ว หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดของอุปกรณ์โผล่พ้นผิวถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ต้องมีโกร่งกำบังด้วย
ข้อ ๑๗ ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องมีแผ่นป้ายทำด้วยโลหะที่มีลักษณะและข้อความตามที่กำหนดในข้อ ๑๒
การทดสอบและตรวจสอบ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).