อารัมภบท
กฎกระทรวงการคลัง ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้ เงื่อนไขการจำหน่ายยาสูบ
กฎกระทรวงการคลัง ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้ เงื่อนไขการจำหน่ายยาสูบ
ข้อ ๑ ให้ผู้จำหน่ายยาสูบในเขตจำหน่ายยาสูบปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องนำใบอนุญาตให้จำหน่ายยาสูบปิดหรือแขวนไว้ในร้านจำหน่ายในที่ซึ่งแลเห็นได้ง่าย ถ้าจำหน่ายเร่ต้องนำใบอนุญาตให้จำหน่ายไปด้วย และต้องปิดหรือแขวนไว้ให้เห็นได้สะดวก (๒) การจำหน่ายยาสูบ เมื่อเปิดซองยาสูบออกจำหน่าย ต้องทำลายแสตมป์ยาสูบให้เสียสภาพไป และยาสูบที่จำหน่ายปลีกย่อยนั้น จะต้องคงอยู่ในซองของยาสูบนั้น ไม่สับเปลี่ยนซอง หรือนำยาสูบไปวางไว้ในภาชนะอื่น ทั้งนี้ ให้ใช้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายยาสูบในเขตจำหน่ายยาสูบที่มิได้ประกอบอุตสาหกรรมขึ้นเอง ถ้าผู้ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายยาสูบเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ จะจำหน่ายยาสูบเป็นรายปลีกย่อยไม่ได้ จะจำหน่ายได้แต่ยาสูบที่บรรจุซองเป็นซอง ๆ ไป (๔) ต้องนำยาสูบที่มีอยู่ออกวางจำหน่าย กับต้องจำหน่ายตามราคาตลาด และไม่สูงกว่าราคาที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด ห้ามมิให้กักกันยาสูบไว้ด้วยประการใด ๆ เว้นแต่จะเก็บไว้เพื่อสูบเองไม่เกินจำนวนห้าซอง (๔) ต้องยอมให้เจ้าพนักงานตรวจยาสูบ ซึ่งอยู่ในความครอบครอง และถ้ามีบัญชีหลักฐานการค้ายาสูบ ต้องยอมให้เจ้าพนักงานตรวจด้วย ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบ
ข้อ ๒ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำหน่ายยาสูบในเขตจำหน่ายยาสูบให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ขายยาสูบครั้งหนึ่งตั้งแต่ร้อยซองขึ้นไป ให้แก่ผู้ที่จะนำไปขายส่งหรือขายปลีก เรียกว่า ผู้ขายส่ง ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขายประเภทนี้ปีละห้าบาท (๒) ผู้รับซื้อยาสูบจากบุคคลอื่นมาทำการขายครั้งหนึ่งตั้งแต่สิบซองขึ้นไป ให้แก่ผู้ที่จะนำไปขายปลีก เรียกว่า ผู้ขายส่งช่วง ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขายประเภทนี้ปีละสามบาท (๓) ผู้ขายยาสูบให้แก่ผู้บริโภค เรียกว่า ผู้ขายปลีก ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขายประเภทนี้ ปีละหนึ่งบาท ผู้จำหน่ายยาสูบซึ่งได้เสียค่าธรรมเนียมการจำหน่ายยาสูบตามความในข้อ ๒ นี้ ในประเภทที่มีค่าธรรมเนียมอัตราสูงแล้ว ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในประเภทจำหน่ายที่มีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำอีก เงื่อนไขในการประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ
ข้อ ๓ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) จัดโรงอุตสาหกรรมให้มั่นคง ที่ทางที่จะขนยาสูบออกจากโรงอุตสาหกรรมได้เฉพาะที่ได้รับอนุญาต (๒) เก็บรักษาใบยาและยาเส้นไว้ในสถานที่ ๆ ได้รับอนุญาต (๓) จัดให้มีห้องมั่นคงภายในโรงอุตสาหกรรม สำหรับเก็บรักษายาสูบที่บรรจุซองแล้ว แต่ยังมิได้ปิดหรือประทับแสตมป์ยาสูบ (๔) ส่งมอบยาสูบออกจากโรงอุตสาหกรรมภายในเวลาระหว่าง ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา (๕) จัดให้มีที่ทำการอันเหมาะสม และมีพัสดุต่าง ๆ อันควรแก่ที่ทำการรวมตลอดถึงโทรศัพท์สำหรับเจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งไปประจำโรงอุตสาหกรรมนั้น ๆ (๖) ทำบัญชีของคงโรงอุตสาหกรรม และงบเดือนแสดงกิจการโดยละเอียด (๗) ยอมให้เจ้าพนักงานตรวจของคงโรงอุตสาหกรรมเมื่อต้องการ
ข้อ ๔ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประกอบการทำยาสูบในวันหนึ่งไม่เกินสองร้อยมวน ไม่ต้องได้รับอนุญาตประกอบการทำยาสูบ แต่ยาสูบที่ทำขึ้นนั้นเมื่อจำหน่าย ต้องปิดแสตมป์ตามพระราชบัญญัติยาสูบ
ข้อ ๕ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบอุตสาหกรรมให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (๑) อุตสาหกรรมซิกาแรต ปีละสองร้อยบาท (๒) อุตสาหกรรมซิการ์ หรือยากล้อง หรือยามวนเอง ปีละห้าสิบบาท (๓) อุตสาหกรรมบุหรี่อื่น ๆ ปีละสิบบาท กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๖ ภ. บริภันท์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศิรวัชร์/จัดทำ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๘/หน้า ๓๐๗/๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)